หลังจากผอจื่อสบตาหลินเมิ้งหยา ร่างกายพลันสั่นเทา นางกัดฟันเอ่ยตอบ
“แม่นางป๋ายซ่าวเป็นคนบอกให้หนู่ปี้ทำเจ้าค่ะ นางบอกว่าป๋ายจื่อขวางหูขวางตานาง ทำให้นางเสียการเสียงาน ดังนั้นจึงอยากสั่งสอนป๋ายจื่อเล็กน้อย นายหญิงได้โปรดเย็นพระทัยลงก่อน หนู้ปี้เพียงแค่ได้รับคำสั่งจากป๋ายซ่าวเท่านั้น”
ทุกคนอ้าปากค้าง คิดไม่ถึงเลยว่าป๋ายซ่าวจะเป็นคนจิตใจอำมหิตเช่นนี้
“เจ้าพูดความจริงหรือไม่?”
หลินเมิ้งหยาเลิกคิ้วสูง ท่าทางเหมือนคนยังไม่เชื่อ
ทว่าผอจื่อกลับพยักหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย ซ้ำยังนำกำไลหยกของป๋ายซ่าวออกมายื่นให้หลินเมิ้งหยาดู
“นี่คือของที่ป๋ายซ่าวมอบให้หนู่ปี้ นายหญิงได้โปรดพิจารณาด้วยเจ้าค่ะ”
ป๋ายซ่าวไม่อาจปฏิเสธได้ เหตุเพราะทุกคนเคยเห็นนางสวมใส่กำไลหยกอันนั้น
“ไม่จำเป็น ข้าไม่อยากเห็นของชิ้นนี้ ไปเชิญพระสนมเต๋อเฟยและท่านอ๋องเสด็จมาเถิด วันนี้ข้าจะตัดสินเรื่องราวทุกอย่างเอง”
เมื่อเห็นว่าหลินเมิ้งหยาโกรธเกรี้ยวแล้วจริงๆ หัวใจของทุกคนสั่นสะท้าน
ไม่ว่าพวกเขาจะสวามิภักดิ์กับใคร แต่หลินเมิ้งหยาเป็นนายหญิงที่มีอำนาจในการปกครองจวน ดังนั้นหากนางเห็นว่าผิดก็คือผิด
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะเกิดสงครามภายในตำหนักของนางเอง
ดูราวกับว่าหลินเมิ้งหยาถูกตบหน้าก็มิปาน ไม่มีใครที่จะไม่รู้สึกโกรธ
จิ่นซู่และจิ้งเยว่รีบออกไปทำตามคำสั่ง ป๋ายซูยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน ราวกับไม่คิดปรากฏตัวให้เป็นจุดสนใจ
“นายหญิง ป๋ายจื่อถูกทุ