างมากนัก
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าคนที่มีส่วนร่วมในการบีบคั้นของพระสนมเต๋อเฟยในคราวนี้จะเป็นป๋ายซ่าว
คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ
“รีบลุกขึ้นเถิด ป๋ายจื่อถูกคนใส่ร้าย ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่พวกเราจะมาทะเลาะกันเอง”
หลินเมิ้งหยาเข้าไปประคองป๋ายจีด้วยตัวเอง
อันที่จริงจะโทษป๋ายจีก็ไม่ได้ เหตุเพราะความรู้สึกดีที่มีให้แก่กัน ยิ่งไปกว่านั้น ตัวนางเองก็มักเอ่ยเสมอว่านางเชื่อใจป๋ายซ่าว สุดท้ายวันนี้จึงถูกป๋ายซ่าวทำให้ตกอยู่ในที่นั่งลำบาก
“นายหญิง เรื่องของป๋ายจื่อไม่ธรรมดาเลย ท่านมีวิธีช่วยนางหรือไม่เจ้าคะ?”
ขอบตาของป๋ายซูเองก็แดงก่ำ จ้องมองหลินเมิ้งหยาเสมือนคนที่กำลังรอคอยความหวัง
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าหลินเมิ้งหยาจะเหยียดยิ้มมีเลศนัย ท่าทางเหมือนคนหมดแรงเมื่อครู่เลือนหายไปอย่างสิ้นเชิง
“คิดจะจับคนของข้าไม่ง่ายเช่นนั้นหรอก พวกเจ้าวางใจเถิด ข้าจะช่วยป๋ายจื่อออกมาให้ได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าใครก็มาแตะต้องคนของข้าไม่ได้”
มองดูรอยยิ้มของหลินเมิ้งหยา ทุกคนรู้สึกราวกับยกภูเขาออกจากอก
นายหญิงเป็นคนฉลาด นางไม่เคยเสียเปรียบเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“ป๋ายซู ชิงหู พวกเจ้าล้วนเป็นยอดฝีมือของตำหนัก นอกจากพวกเราแล้วก็ไม่มีใครรู้ ฉะนั้นคืนนี้ข้าอยากให้พวกเจ้าไปปกป้องป๋ายจื่อ อย่าให้นางตกอยู่ในอันตราย เข้าใจหรือไม่?”
ป๋ายซูกับชิงหูรีบพยักหน้า โดยเฉพาะชิงหูที่ส่งสายตาอำมหิตมาให้
เจ้าเด็กน้อยของเขามิใช่คนธรรมดา
เกรงว่าหากคนเหล่านั้นถู