“เหนียงเหนียง หนู่ปี้ไม่ได้ทำนะเพคะ”
เมื่อฟังให้ดี นางจึงรู้ว่านั่นคือเสียงร้องไห้ของป๋ายจื่อ
สาวใช้ทั้งสี่ถูกนางส่งกลับจวนมาก่อน
หลินเมิ้งหยากลับมาช้ากว่าพวกนางเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น แล้วเหตุใดสาวใช้ของนางจึงมาร้องห่มร้องไห้อยู่ที่นี่?
หลินเมิ้งหยาสาวเท้าเข้าไปในตำหนักหยาเสวียนอย่างรวดเร็ว
ภายในตำหนัก ป๋ายจื่อคุกเข่าอยู่บนพื้น ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร
ใบหน้าสีขาวราวหิมะบวมแดง
ขณะเดียวกัน นางพยายามส่ายหน้าจนเส้นผมที่ถูกปักไว้ด้วยปิ่นยุ่งเหยิง ท่าทางน่าสงสารจับใจ
ป๋ายจีและป๋ายซูถูกรั้งเอาไว้ ไม่ยอมให้พวกนางเข้ามาช่วยเหลือ
ส่วนป๋ายซ่าวยืนอยู่ตรงหน้าพวกนาง ก้มศีรษะลง มองสีหน้าของนางไม่ออก
“ทั้งที่ทุกสิ่งทุกอย่างชัดแจ้งแล้ว แล้วเจ้ายังจะแก้ตัวอะไรอีก ตอนแรกเห็นว่าเจ้าเป็นเพ่ยเจี้ยของพระชายา เหนียงเหนียงจึงต้องการเพียงลงโทษสถานเบา แต่ในเมื่อเจ้ายังปฏิเสธเสียงแข็งเช่นนี้ ดูท่าเจ้าคงจะไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว”
เสียงสูงแหลมดังขึ้นมา จากนั้นป๋ายจื่อที่คุกเข่าอยู่บนพื้นก็ถูกตบสั่งสอนอีกหลายฉาด
หลินเมิ้งหยาปรี่เข้าไปยืนขวางหน้าป๋ายจื่อเอาไว้ นางใช้ตัวเองกำบังป๋ายจื่อ
“บังอาจนักนะ สาวใช้ของข้าหาใช่พวกหมาแมวที่เจ้าจะมาสั่งสอนรังแกได้”
สายตาเย็นชาจ้องเขม็งยังหญิงสาวตรงหน้า
สาวใช้ที่ถูกจ้องกลับแสยะยิ้ม
“พระชายาโปรดเย็นพระทัยลงก่อนเพคะ หนู่ปี้สั่งสอนนางก็เพราะหวังดีกับพระองค์ พระอง