ค์อาจจะไม่รู้ว่าเพ่ยเจี้ยของพระองค์ยักยอกเงินไปไม่น้อย หากมิใช่เพราะตำหนักของพระองค์มีแม่นางป๋ายซ่าวที่รักในความยุติธรรมอยู่ พวกหนู่ปี้ก็คงถูกนางหลอกไปแล้วเพคะ”
ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าอายุเพียงสิบกว่าปีเท่านั้น
ใบหน้างดงาม แสดงท่าทางประหนึ่งนางในที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดี
แม้จะแทนตัวเองว่าหนู่ปี้ แต่นางกลับมิได้มีท่าทางอ่อนน้อมเหมือนสาวใช้เลยแม้แต่น้อย
นางกลับแสดงท่าทางราวกับเป็นนายหญิงของจวนหลังนี้
“ข้าจัดการสาวใช้ของข้าเองได้ เจ้าไม่จำเป็นต้องเข้ามายุ่ง เช่นนั้นเจ้าลองบอกข้ามาเถิดว่านางยักยอกเงินอันใดไป?”
ป๋ายจื่อไม่มีทางทำเรื่องเช่นนั้นอยู่แล้ว แม้นางจะเป็นคนขี้ขลาด แต่ถึงอย่างนั้นนางก็จริงใจกับหลินเมิ้งหยาเป็นที่สุด
เรื่องที่ไม่ดีต่อตัวหลินเมิ้งหยา นางไม่มีวันทำ
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการยักยอกเงินเลย หากนางต้องการเงินจริง เพียงนางไปขอที่ร้านสามสหาย นางก็มีเงินเหลือกินเหลือใช้แล้ว
ฉะนั้นเรื่องยักยอกเงินนี้มิต่างอะไรจากเรื่องน่าขัน
“ในเมื่อพระชายาถาม เช่นนั้นจิ่นซู่จะขอตอบตามความจริงนะเพคะ”
ชำเลืองมองป๋ายจื่อที่คุกเข่าอยู่บนพื้น จิ่นซู่จึงเอ่ย
“ก่อนหน้านี้ป๋ายซ่าวซึ่งเป็นผู้ดูแลคลังเงินได้เข้ามารายงานว่าพวกชาวนานำเงินมามอบให้ แต่กลับหายไปห้าสิบตำลึง ฉะนั้นหนู่ปี้จึงไปตรวจสอบจวนตามคำสั่งของเหนียงเหนียง บังเอิญหนู่ปี้ไปพบสาวใช้ระดับสองอย่างป๋ายจื่อนำเงินสิบตำลึงออกมาเลี้ยงอาหารคนในตำหนัก