เป็นห่วงเป็นใย
หลินเมิ้งหยาเงยหน้ามองเขา
แม้แสงในรถม้าจะมีเพียงน้อยนิด ทว่าเขาที่มีรูปร่างสูงโปร่งกลับนั่งตัวตรงด้วยท่วงท่าสง่างาม
นางส่ายหน้า เม้มปากเล็กน้อยก่อนจะตอบเสียงอ่อนโยน
“หากหม่อมฉันอยู่บ้านต่อ ท่านพ่อกับท่านพี่จะลำบาก แม้แต่ท่านอ๋องเองก็จะพลอยลำบากไปด้วย ใช่ว่าจะไม่ได้เจอกันอีกเสียเมื่อไร รอพายุสงบวันใด หม่อมฉันค่อยกลับไปดูแลท่านพ่อก็ได้เพคะ”
นางเพียงพูดตามที่คิดเท่านั้น แต่หลงเทียนอวี้กลับหันมามองนางอยู่หลายครั้ง
ด้านนอกจวนของท่านแม่ทัพมีคนคอยจับตามองดูอยู่อย่างมากมาย หรือนางจะสังเกตเห็นด้วย?
“เจ้าเองก็สังเกตเห็นหรือ?”
หลงเทียนอวี้อดที่จะรู้สึกประหลาดใจกับประสาทสัมผัสอันแสนว่องไวของนางไม่ได้
แม้แต่คนของเขาเองก็พยายามหลบซ่อนเพื่อจับตามองการเคลื่อนไหวของสกุลหลิน
นางรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?
“บนถนนที่ทอดยาวของจวนหม่อมฉันมีร้านขายของทั้งหมดหกร้าน กอปรไปด้วยร้านขายข้าว ร้านขายผ้า โรงรับจำนำ ร้านเหล่านี้มีมาก่อนที่หม่อมฉันจะแต่งงานออกเรือน แต่พอวันนี้ได้กลับมาอีกครั้ง หม่อมฉันพบว่ามีโรงน้ำชา ร้านเหล้าที่เพิ่มขึ้นมา อีกทั้งยังค้าขายได้ไม่เลว แต่คนที่จะมาดื่มชาละแวกจวนของหม่อมฉันมีน้อยมาก ดังนั้นคนเหล่านี้จึงเป็นพวกที่ปลอมตัวเข้ามา ปกติแล้วโรงน้ำชาและร้านเหล้ามักมีคนเข้าออกร้านไม่ขาดสาย แม้จะมีคนแปลกหน้าปรากฏที่นั่นก็มิใช่เรื่องน่าสงสัย และที่สำคัญที่สุด ร้านทั้งสองแห่งตั้งอยู่ใน