หลินเมิ้งหยาในสายตาของซ่างกวนฉิงตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากศัตรูคู่อาฆาต
เพราะเหตุนี้ตอนที่หลินเมิ้งหยาเพิ่งแต่งงานออกเรือน นางจึงต้องกล้ำกลืนฝืนทนเพื่อมิให้มีใครไปฟ้องหลินมู่จือ
พวกหมาลอบกัด! เล็บแหลมคมจิกเข้าผิวหนังนุ่มนิ่มบริเวณฝ่ามือ
หากหลินเมิ้งหยาพูดออกมา เกรงว่าหวู่เอ๋อร์จะต้องตายอย่างแน่นอน!
“จำได้สิ ข้าต้องจำได้อย่างแน่นอน เป็นความทรงจำที่ยากจะลืมเลือนมิใช่หรือ?”
เขาจะลืมช่วงเวลาที่เกี้ยวถูกวางลงบนพื้น ในมือเจ้าสาวของเขาหาใช่สิ่งของมีราคา แต่กลับเป็นพุทราอาบยาพิษ
ดวงตาเรียวยาวคมเข้มเคร่งขรึมขึ้น
หากมิใช่เพราะไหวพริบของพระชายาคนนี้ เกรงว่าตอนนี้นางคงกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนไปแล้ว
“หวู่เอ๋อร์ ข้าต้องขอบคุณของขวัญที่เจ้ามอบให้กับข้ามาก มิเช่นนั้นข้ากับท่านอ๋องคงไม่มีโอกาสใกล้ชิดกันถึงเพียงนี้”
สายตาของหลินเมิ้งหยาเบนไปทางหลินเมิ้งหวู่ ทว่าภายในดวงตาคู่นั้นกลับเจือไว้ซึ่งความเย็นชา
ส่งสายตาเป็นเชิงเตือนไปทางซ่างกวนฉิงและหลินเมิ้งหวู่ พวกนางควรเจียมเนื้อเจียมตัวไว้สักเล็กน้อย มิเช่นนั้นฟ้าอาจถล่มดินอาจทลายลงมาก็เป็นได้
“ของขวัญ? หยาเอ๋อร์ ของขวัญอะไร?”
หลินหนานเซิงสังเกตเห็นความผิดปกติ เขาที่เป็นพี่ชายย่อมรู้ดีว่าหลินเมิ้งหวู่เคยปฏิบัติเช่นไรกับหลินเมิ้งหยา
ขนาดหลงเทียนอวี้ยังเอ่ยว่ายากที่จะลืมเลือน หรือว่า…
“ก็เป็น…ของขวัญชิ้นใหญ่ ใช่หรือไม่เจ้าคะ…ท่านแม่?”
เสียงร้องเรียกว่าแม่ทำให้ร่าง