กายของซ่างกวนฉิงสั่นเทิ้ม
หันไปมองสมาชิกครอบครัวสกุลหลินทั้งสาม นางไม่อยากจะนึกภาพเลยว่าหากหลินหนานเซิงและหลินมู่จือรู้เรื่องที่หลินเมิ้งหวู่ทำร้ายหลินเมิ้งหยาจะเป็นอย่างไร
หลินเมิ้งหยากลับแสยะยิ้ม สายตาแวววาวประหนึ่งแมวกำลังต้อนหนูจ้องมองทางซ่างกวนฉิงและหลินเมิ้งหวู่
ทว่าตอนนี้นางยังไม่คิดจะพูดเรื่องนี้ออกมา
เก็บพวกนางเอาไว้ใช้ประโยนชน์!
“คุณหนูใหญ่พูดอะไรก็ถูกหมดเจ้าค่ะ”
ซ่างกวนฉิงหลุบตาต่ำ ท่าทางว่านอนสอนง่าย ความเย่อหยิ่งที่เคยมีหายไปจนหมดสิ้น
“ดี ไหนๆ พวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน ฉะนั้นไม่มีอะไรต้องเกรงใจ ท่านอ๋อง เช่นนั้นพวกเราเก็บของขวัญชิ้นนั้นเอาไว้ให้ดี วันใดที่น้องเมิ้งหวู่แต่งงาน พวกเราค่อยมอบของขวัญชิ้นใหญ่กว่านั้นให้นางดีหรือไม่เพคะ?”
หลินเมิ้งหยาแย้มยิ้มอ่อนหวาน ทว่าร่างกายของซ่างกวนฉิงกลับมีเหงื่อซึม
รีบพยักหน้ารับ นางรู้แล้วว่าหลินเมิ้งหยากำลังตักเตือนพวกนาง
“เช่นนั้นเอาแบบนี้ก็แล้วกัน ท่านพ่อ ท่านพี่ ตอนนี้เวลาไม่คอยท่าแล้ว ข้ากับท่านอ๋องขอตัวกลับจวนก่อน อีกสองสามวันข้าจะมาหาพวกท่านอีกครั้ง”
มองพ่อและพี่ชายของตนเองอย่างยากจะทำใจแยกจาก ตอนนี้นางเป็นพระชายาแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีแม้แต่เวลาได้มาดูแลพ่อของตนเอง
หลินมู่จือยิ้มแล้วพยักหน้า สายตาห่วงหาอาทรเช่นเดียวกัน
ลูกสาวสุดที่รักของเขาแต่งงานออกเรือนไปแล้ว
“ไปเถิด ตอนนี้เจ้าเป็นถึงชายาอวี้ อย่าได้ใช้อารมณ์เป็นเด็กเด็ดขา