ึกประหลาดใจกับท่าทางของตนเอง
“อันที่จริง…หากเจ้าไม่ชอบ…ข้าสามารถ…”
คำพูดสุดท้ายกลับติดอยู่ที่คอ เขาไม่อาจพูดออกมาได้
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขารู้สึกไม่อยากทำเรื่องที่นางไม่พอใจ
ตกตะลึงกับความคิดของตนเอง หัวใจที่อ่อนโยนมากขึ้นทุกครั้งที่อยู่กับนางเช่นนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน?
“ไม่จำเป็นหรอกเพคะ หม่อมฉันหาได้ไม่พึงพอใจ หม่อมฉันเป็นลูกสาวสกุลหลิน อันที่จริงก็เคยชินกับเรื่องเหล่านี้แล้ว ท่านอ๋องอย่าใส่พระทัยไปเลยเพคะ หม่อมฉันหาใช่คนที่ไม่มีเหตุผล”
หลินเมิ้งหยาปกปิดความผิดหวังของตนเองเอาไว้ อันที่จริงนางเองก็หวังว่าหลงเทียนอวี้จะเอ่ยประโยคนั้นออกมา
แต่สุดท้ายแล้วนางก็ต้องผิดหวัง
ผู้ชายคนนี้จะยอมเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเพราะนางได้อย่างไร?
นางล้วนคิดไปเองทั้งนั้น
“คนของข้าจะช่วยสกัดพวกคนที่คิดไม่ดีกับสกุลหลิน หากมีเรื่องอันใดเกิดขึ้น ข้าจะบอกกับเจ้าอย่างแน่นอน”
สายตาลอบชำเลืองมองใบหน้าด้านข้างที่กำลังเผยให้เห็นถึงความผิดหวังของนาง ใบหน้านวลงามแต่กลับเศร้าสร้อยส่งผลให้เขาใจอ่อนยวบยาบ
คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น อีกครั้งแล้วที่เขาต้องตกใจกับความคิดของตัวเอง
ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนว่างเปล่า ทั้งที่ทั้งสองกำลังหายใจ แต่เสียงภายในรถม้ากลับเงียบสงบราวกับไร้ผู้คน
“ท่านอ๋อง พระชายา ถึงจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ เชิญเสด็จเถิด”
ด้านนอก เสียงของหลินขุยดังขึ้น
“อืม”
หลงเทียนอวี้พยักหน้า แหวกผ้าม่าน ก่อนจะลงจากรถม้า