หลินเมิ้งหยาวางหนังสือในมือลง ก่อนจะจัดแต่งเส้นผมที่ปรกลงมาบนหน้าผาก
ใบหน้านวลแย้มยิ้มอ่อนโยน ตอนนี้นางอยู่ในโลกที่ตนเองไม่รู้จัก แต่ถึงกระนั้นนางก็ต้องปฏิบัติตนเป็นชายาที่เพียบพร้อมที่สุด
ไม่ว่าจะเพื่อสกุลหลินหรือหลงเทียนอวี้ นางจะต้องแสดงบทบาทนี้ต่อไป
ปกปิดความขมขื่นในหัวใจ มือเล็กแหวกผ้าม่านสีเทาออก
“ขอบพระทัยเพคะ”
ด้านนอก หลงเทียนอวี้กำลังรอนางอยู่
มือขาวดั่งหยกวางลงบนแขนเสื้อสีดำของเขา ใบหน้าหล่อเหลาหันกลับมาทางรถม้าอีกครั้งเพื่อมองดูหญิงสาวที่งดงามตรงหน้า
เหล่าผู้คนที่กำลังลอบมองพวกเขาทั้งคู่อยู่บริเวณรอบๆ สูดลมหายใจเย็นเข้าปอด
ท่านอ๋องและพระชายางดงามหล่อเหลาเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก
เพียงเดินผ่านประตูเข้ามา พวกเขาได้เห็นใบหน้าร้อนใจของน้าจิ้งเยว่
“ท่านอ๋อง พระชายา ในที่สุดพวกพระองค์ก็กลับมาแล้ว เหนียงเหนียงร้อนพระทัยเหลือเกินแล้ว พวก…พวกท่านรีบไปดูเถิดเพคะ”
เสียงของน้าจิ้งเยว่ขาดๆ หายๆ จนทำให้หลินเมิ้งหยาและหลงเทียนอวี้เกิดความสงสัย
ตอนที่พวกเขาออกไป พระสนมเต๋อเฟยยังเป็นปกติดีทุกอย่าง เหตุใดชั่วเวลาเพียงวันเดียวจึงมีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นมาได้?
คิ้วของหลงเทียนอวี้ขมวดเข้าหากันแน่น นับตั้งแต่วันที่หมู่เฟยกลับมาจากวัง นางเปลี่ยนไปราวกับพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ
เย่ยังมิได้ส่งข่าวมาว่าตกลงเกิดเรื่องอะไรขึ้นในวัง
แต่อาการเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของหมู่เฟยทำให้เขาลำบากใจเหลือเกิน
“พระองค์ไ