หลงเทียนอวี้ ถอดเสื้อคลุมออก ก่อนจะนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามกับหลินเมิ้งหยา
ป๋ายซ่าวรีบรับเสื้อคลุมของหลงเทียนอวี้ไปแขวนเอาไว้
“ป๋ายซ่าวก็มาหรือ ด้านนอกหนาวหรือไม่?”
ป๋ายจีมองทางป๋ายซ่าว ความเจ็บปวดวาดผ่านในแววตา
ไม่คิดไม่ฝันว่าป๋ายซ่าวจะมาร้านหรูอี้พร้อมกับท่านอ๋อง
นางใคร่ครวญถึงคำพูดของมารดา ป๋ายซ่าวมีดวงตาดอกท้อมาตั้งแต่เกิด บางทีพวกนางอาจจะไม่สามารถเป็นพี่น้องกันได้อีกต่อไป
“ไม่เท่าไร ข้านำเตาทำความอุ่นมาให้นายหญิง”
ราวกับถูกความร้อนลวกมือ สายตาของป๋ายซ่าวลุกลี้ลุกลน ก่อนจะเสไปหยิบถ่านมาใส่เตาทำความอุ่นที่หลินเมิ้งหยามักพกติดตัว
“เจ้าดูสดใสขึ้นนะ”
ตั้งแต่ก้าวเข้ามา สายตาของหลงเทียนอวี้ไม่คลาดจากใบหน้าของหลินเมิ้งหยา
แม้ภายในห้องนี้จะมีหญิงสาวหน้าตางดงามมากมาย
แม้ภายในห้องนี้จะมีภาพวาดวิจิตรตระการตา
ทว่าสายตาของเขาจับจ้องหลินเมิ้งหยาเแต่พียงผู้เดียว
“ขอบพระทัยท่านอ๋อง หม่อมฉันอาการดีขึ้นมากแล้วเพคะ ตอนนี้อากาศหนาวเย็นมากขึ้น ไม่รู้ว่าพวกท่านพ่อจะได้สวมใส่เสื้อกันหนาวหรือไม่”
หลินเมิ้งหยายื่นนิ้วมือทั้งห้าไปสัมผัสกระดิ่งสีเหลืองทองที่ห้อยอยู่ริมหน้าต่าง
นี่เป็นสิ่งที่ชิงหูเสาะหามาแขวนเอาไว้เพื่อทำให้นางอารมณ์ดี
“อันที่จริงข้ามีเรื่องอยากปรึกษาเจ้า”
เมื่อสิ้นเสียงของหลงเทียนอวี้ ผู้คนที่อยู่ในห้องต่างพากันออกไปจากห้อง
“มิทราบว่าท่านอ๋องมีเรื่องอันใดหรือเพคะ? หากหม่อมฉันทำได้ หม่อมฉันจะ