ื่อคนนี้มิรู้ความยิ่งนัก
บางครั้งนางก็อดสงสัยไม่ได้ว่าไท่จื่อผู้โง่เขลาคนนี้ถูกเลี้ยงดูมาเช่นไร
ออกรบอยู่ต่างบ้านต่างเมือง อยู่อย่างอดอยากเพื่อบ้านเกิดเมืองนอน
หากไท่จื่อเป็นคนฉลาด อย่างน้อยต้องถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ อีกทั้งเพื่อรักษาหน้า เขาควรแสดงความซาบซึ้งใจออกมา
มีอย่างที่ไหนที่จะสั่งให้ทหารที่เพิ่งกลับมาจากการออกรบปลดอาวุธของตนเอง
เป็นการเอาหน้าที่มิเหมาะมิควรเลยแม้แต่น้อย
ดูเหมือนคนที่ผิดหวังจะมิใช่เพียงเหล่าขุนนางที่อยู่ด้านหลังเขาเสียแล้ว
“เหล่าเฉินรับพระบัญชา ขอบพระทัยในพระมหากรุณาฯ ของไท่จื่อ”
ขณะที่พูด หลินมู่จื่อคารวะอีกครั้ง สายตาสงบนิ่งเป็นปกติ ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้น
สิ่งแรกที่เห็นมิใช่ไท่จื่อที่มีรูปร่างสูงใหญ่ แต่เป็นลูกสาวซึ่งเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจที่ยืนอยู่ข้างกายอ๋องอวี้
พ่อลูกได้พบกัน แต่เขาไม่รู้เลยว่าความตายได้พรากบางสิ่งไปจากเขาเสียแล้ว
สายตาเป็นกังวลระคนยินดี ขอบตาของหลินเมิ้งหยาเปียกชื้น
นางไม่อยากร้อง แต่จิตวิญญาณลึกๆ ในใจของนางกลับก่อให้เกิดความรู้สึกเช่นนี้
ความรู้สึกราวคนแปลกหน้าได้จางหายไป
ตอนนี้นางกำลังยอมรับฐานะของตนเองอย่างแท้จริง
ซูชิงเกอตายไปในห้องทดลองแล้ว ตอนนี้นางคือหลินเมิ้งหยาที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้