้มงดงามราวกับรูปสลักจากฝีมือช่างชั้นยอด
หากอยู่ในยุคสมัยปัจจุบัน รับรองว่าเขาจะต้องเป็นคุณลุงที่สาวน้อยสาวใหญ่ต่างพากันพร่ำเพ้อหา
คนที่ตามท่านพ่อมาทางด้านหลังคือแม่ทัพหลินผู้หล่อเหลา
ใบหน้าของทุกคนล้วนเคร่งขรึมสงบนิ่ง แม้จะมองเห็นเพื่อนหรือญาติพี่น้องของตนเองก็ตาม
สายตาของพวกเขามุ่งมั่น กองกำลังมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
หลินเมิ้งหยาได้ยินเสียงร้องเรียกชื่อคนที่ตัวเองรักของเหล่าราษฎรที่ดังขึ้นมิขาดสาย
แต่กลับไม่มีทหารคนใดเดินแตกแถวจากขบวนทัพของตนเอง
แม้จะกลับมาถึงบ้านเกิด แต่พวกเขารู้ดีว่าตนเองยังคงเป็นทหาร
หลินเมิ้งหยาเพิ่งจะเข้าใจว่าเหตุใดทหารในกองทัพของสกุลหลินจึงมีความทะนงตน
จู่ๆ ความภูมิใจพลันปรากฏขึ้นในหัวใจ
เหตุเพราะนางเองก็เป็นคนในสกุลหลินเช่นเดียวกัน
หลินมู่จื่อและหลินหนานเซิงเปรียบเสมือนหัวใจของกองทัพ
เมื่อมองเห็นไท่จื่อ พวกเขาพลิกตัวลงจากหลังม้า
“เหล่าเฉินหลินมู่จื่อคารวะไท่จื่อ”
ทหารทุกคนล้วนคุกเข่าคารวะต่อหน้าไท่จื่อ
ทว่าไท่จื่อที่ได้เห็นคนทั้งกองทัพคุกเข่าต่อหน้าตนพลันรู้สึกลำพองใจ เขาไม่แม้แต่จะลงจากหลวนเจี้ย
“แม่ทัพหลินคงเดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อย เปิ่นไท่จื่อเตรียมจัดงานเลี้ยงต้อนรับเอาไว้ในวังเพื่อปัดเป่าความเหนื่อยล้าให้แก่ท่าน เช่นนั้นเชิญท่านแม่ทัพ”
หลินเมิ้งหยาส่งสายตาเย็นชาไปทางไท่จื่อ นางก็ได้เห็นเหล่าขุนนางทั้งหลายพากันส่ายหน้า
แค่นหัวเราะเสียงเย็นในใจ ไท่จ