งยากในการเดา
ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพหาใช่กองเหล็ก
หลินเมิ้งหยายื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูหลินหนานเซิงสองสามประโยค หลังจากเห็นสายตาลังเลของเขา นางจึงพาสาวใช้ของตนเองพร้อมทั้งชิงหูเดินเข้าไปยังจุดต้นเหตุของเหตุการณ์ไฟไหม้
แม้ตอนนี้สภาพอากาศจะหนาวเหน็บ แต่กระโจมเล็กกระโจมน้อยล้วนโดนเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่าน
หลินเมิ้งหยาเดินอ้อมดูหนึ่งรอบ คิ้วขมวดเข้าหากัน
“คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นน้ำมันตะเกียง”
เป็นไปตามคาด มีคนจงใจวางเพลิงที่นี่
“ภายในค่ายทหารย่อมมีน้ำมันตะเกียงอยู่แล้ว แต่พี่ชายของเจ้ากำลังกลับเมืองหลวงเพื่อไปรายงานสถานการณ์ หาใช่ไปออกรบ เช่นนั้นพวกเขาคงใช้น้ำมันทำกับข้าวมิง่ายกว่าหรือ?”
ชิงหูเองก็ได้กลิ่นน้ำมันตะเกียงเข้มข้น
เขาและหลินเมิ้งหยามีประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นค่อนข้างไว
เดิมทีกลิ่นเหม็นไหม้ของผ้าสักหลาดก็มากเพียงพอที่จะกลบกลิ่นแล้ว
แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจปิดบังจมูกของทั้งสองคนไปได้
“ข้าเคยได้ยินท่านอ๋องอวี้กล่าวว่าน้ำมันตะเกียงเป็นสินค้าควบคุม ปกติคนทั่วไปจะต้องไปซื้อถึงที่ อีกทั้งยังห้ามซื้อในปริมาณเกินกำหนด ผ้าสักหลาดในค่ายของท่านพี่ล้วนถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ หากต้องการวางเพลิงใหญ่โตเช่นนี้ แสดงว่าพวกเขาจะต้องใช้น้ำมันไม่น้อยเลย”