ดีขึ้นมากแล้ว จึงสามารถส่งเสียงได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีเจ้าค่ะ ท่านพี่โปรดวางใจ”
เมื่อเห็นท่าทางโล่งใจของพี่ชาย หลินเมิ้งหยารู้สึกว่าความพยายามของตนเองไม่สูญเปล่า
“ข้าได้ยินเรื่องที่ชิงหูเล่าหมดแล้ว เจ้า…เจ้าโง่จริงๆ”
ทั้งถูกโจมตีระหว่างทาง ทั้งเกือบร่วงหล่นจากหน้าผา
เพียงได้ยินเท่านี้ ความกลัวพลันปรากฏขึ้นในใจของหลินหนานเซิง
ถ้าหากเขาสามารถช่วยสหายของตนเองได้ แต่ต้องสูญเสียน้องสาวไป
เขาไม่อยากจะนึกภาพนั้นเลยจริงๆ
“พวกเราลูกชายลูกสาวสกุลหลินควรมีความกล้าเช่นนี้จึงจะถูก จริงสิท่านพี่ ตกลงเหตุเพลิงไหม้ในค่ายเกิดขึ้นได้เช่นไร?”
หลินเมิ้งหยารีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา นางรู้จักพี่ชายของตนเองดี
อย่าได้มองเขาเป็นเพียงท่านแม่ทัพใหญ่ผู้กล้าหาญแห่งสกุลหลินเชียว
ในช่วงเวลาที่มีปัญหาเกิดขึ้น เขาไม่ต่างอะไรจากนักบ่นมืออาชีพเลยทีเดียว
หากเปิดโอกาสให้แล้วล่ะก็ กว่าจะฟังจบคงต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมง
“ตอนนั้นข้ากำลังจัดการงานอยู่ในกระโจมหลัก ทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับการปกป้องฉินมั่ว ดังนั้นจึงไม่มีใครทันได้ตรวจสอบเรื่องนี้”
สายตาของหลินหนานเซิงเย็นชาขึ้น
การลอบสังหารเขาในค่ายทหารนับว่าเป็นเรื่องใหญ่มากแล้ว
ต่อมายังถูกวางเพลิง เรื่องนี้มิต่างอะไรจากการตบหน้าเขาและทำให้ทหารกล้าแห่งสกุลหลินต้องรู้สึกอับอาย
“ที่ท่านพี่เอ่ยเช่นนี้ก็เพราะคิดว่ามีคนสอดแนมอยู่ในค่ายใช่หรือไม่?”
อันที่จริงนี่มิใช่เรื่อ