าประทังความหนาว แต่ด้วยไหวพริบของป๋ายจื่อ นางแอบเอาถ่านมาให้พวกเรา ดังนั้นพวกเราจึงยังไม่หนาวตายไปเสียก่อน”
ป๋ายจื่อทำเพียงหัวเราะออกมา ตอนนั้นนางรู้เพียงแค่ว่าต้องปกป้องดูแลพวกเขาให้ดี
แม้ต่อมาจะถูกโบยแต่นางก็รู้สึกว่ามันช่างคุ้มค่า
อย่างน้อยคุณหนูและคุณชายก็ยังไม่หนาวตาย
“ใช่แล้ว หากมิใช่เพราะนางและท่านพี่คอยปกป้อง ป่านนี้ข้าคงตายไปนานแล้ว”
นับตั้งแต่ฤดูหนาวในคราวนั้น พี่ชายก็ไม่ถูกซ่างกวนฉิงรังแกอีก
นางเองก็มีชีวิตที่สุขสบายตาม จนกระทั่งพี่ชายเข้าสู่วัยผู้ใหญ่และออกไปรบกับท่านพ่อ ชีวิตของนางจึงกลับมามืดมนลงอีกครั้ง
โชคดีที่มีพี่เยว่ถิงคอยดูแล
เมื่อนึกถึงพี่เยว่ถิงขึ้นมา ความเจ็บปวดพลันแล่นพล่านในหัวใจของหลินเมิ้งหยา
หญิงสาวผู้มีใบหน้างดงาม จิตใจโอบอ้อมอารี ตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงเถ้าถ่าน ไร้ซึ่งเลือดเนื้อให้ได้เห็น
“ท่านพี่ ข้ามีเรื่องต้องบอกท่าน แต่ท่านต้องสัญญากับข้าว่าหลังจากฟังจบแล้ว ท่านจะไม่บุ่มบ่าม”
นางรู้จักพี่ชายของตนเองดี หากเล่าเรื่องทั้งหมดของพี่เยว่ถิงให้เขาฟัง ท่านพี่จะต้องระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างแน่นอน
นางกลัวว่าความบุ่มบ่ามจะทำให้เขาทำเรื่องสิ้นคิด
พวกฮองเฮากำลังรอจับจุดอ่อนของพวกนางสกุลหลินอยู่
“พูดมาสิ มีเรื่องอันใดหรือ?”
มองน้องสาวของตนเองด้วยสายตาอ่อนโยน หลินหนานเซิงคิดว่าที่หลินเมิ้งหยามีท่าทางอึดอัดก็เพราะกำลังเขินอาย
เขาจึงส่งยิ้มซุกซนขณะมองดูน้องสาว
คิดไม่ถ