พียรพยายามทำมานานหลายปีคงสูญเปล่า
“ข้าไม่อาจปิดบังนางได้ หลินหนานเซิงสำคัญมากสำหรับนาง”
เมื่อพูดจบหลงเทียนอวี้ก็สาวเท้ายาวๆ ไปทางตำหนักหลิวซิน
หลงชิงหานส่ายหน้า สีหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความสงสัย
ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่ที่พี่สามให้ความสำคัญกับหลินเมิ้งหยาเช่นนี้
ภายในตำหนักหลิวซิน ทุกคนกำลังล้อมวงพูดคุยและดื่มด่ำกับอาหารเลิศรส
“ท่านอ๋องกลับมาแล้ว!”
ผอจื่อที่ทำหน้าที่เฝ้ายามตอนกลางคืนร้องบอก แหวกผ้าม่านออกเพื่อให้หลงเทียนอวี้เข้าไปด้านใน
สีหน้าของหลงเทียนอวี้จริงจังและเคร่งขรึมกว่าเดิมมาก
มองทางหลินเมิ้งหยาด้วยสายตาลังเล
“มีอะไรหรือเพคะ?”
น้อยครั้งนักที่หลินเมิ้งหยาจะได้เห็นสีหน้าแววตาเช่นนี้ของเขา
เขาเดินเข้าไปหาแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล
“พี่…พี่ชายของเจ้าตกอยู่ในอันตราย”
ยังไม่ทันที่จะพูดจบ หลินเมิ้งหยาคว้าข้อมือของเขาแน่น ดวงตาเบิกกว้าง รีบร้อนเอ่ยถาม
“ท่านพี่ เกิดเรื่องอะไรกับท่านพี่เพคะ?”
“เจ้าอย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป สถานการณ์ยังไม่ชัดเจน สิ่งเดียวที่มั่นใจได้ก็คือพี่ชายของเจ้ายังไม่ได้รับบาดเจ็บจนถึงชีวิต”
หลงเทียนอวี้ดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดเพื่อให้นางใจเย็นลง
“พี่ชาย…ท่านพี่อยู่ในค่ายมิใช่หรือ? ค่ายทหารมีการคุ้มกันเข้มงวด เหตุใดท่านพี่จึงได้รับบาดเจ็บ?”
หลินเมิ้งหยาร้อนใจอยากได้คำตอบ แม้ว่านางจะไม่เคยพบกับหลินหนานเซิงมาก่อน
แต่ยิ่งนางอยู่ในร่างนี้นานเท่าไร หัวใจของนางก็ยิ่ง