อครัวมา
หากทำเช่นนี้นางจะยอมอยู่ที่จวนนี้ต่อใช่หรือไม่?
“ท่านแม่ของหม่อมฉันเคยบอกว่าหากคิดอยากจับหัวใจของผู้ชายให้ได้แล้วล่ะก็ เช่นนั้นจะต้องจับกระเพาะของเขาให้ได้เสียก่อน ฉะนั้นหม่อมฉันจึงเรียนทำอาหารตั้งแต่นั้นมา”
เมื่อพูดจบ หลินเมิ้งหยาแทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ขาด
นางต้องการจะสื่ออะไรกันแน่!
ชักมือกลับมาจับชายเสื้อ ไม่กล้าเงยหน้ามองหลงเทียนอวี้
“เช่นนั้นหัวใจของผู้ชายคนนี้เป็นอย่างไร?”
ไม่แม้แต่จะคิด เขายื่นมือไปกุมมือหลินเมิ้งหยาแล้ววางที่แผงอกของตนเอง
เสียงหัวเราะเบาๆ บาดลึกเสมือนไวน์ที่ถูกบ่มมาเป็นเวลานาน ใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ขึ้นสีแดงระเรื่อ
“ท่านอ๋องกำลังยั่วหม่อมฉันหรือ?”
เงยหน้าขึ้น ดวงตาเปล่งประกายระคนขี้เล่นจ้องมองทางเขา ขนตางอนยาวกระพือขึ้นลง ท่าทางของนางน่ารักเหลือเกิน
แม้จะพูดเช่นนั้นออกไป ทว่าหลงเทียนอวี้กลับรู้สึกขวยเขินเล็กน้อย
เบือนหน้าหนีแล้วเดินไปยังตำหนักหลิวซิน ทว่าก่อนจะไปเขาเอ่ยทิ้งท้ายไว้หนึ่งประโยค
“เจ้าเป็นชายาของข้า”
ฉะนั้นนี่หาใช่การยั่วยวนไม่
หลินเมิ้งหยาเอียงคอ มองตามหลงเทียนอวี้
หมายความว่าอย่างไร?
หรือกำลังจะสื่อว่านางเป็นหญิงสาวที่แต่งงานออกเรือนแล้ว ฉะนั้นจึงสามารถทำเช่นนี้ได้?
“นี่! อธิบายให้หม่อมฉันฟังก่อนสิเพคะ”
หลินเมิ้งหยารีบวิ่งตามไปดึงแขนของหลงเทียนอวี้
แต่ร่างบางหรือจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขา ทั้งที่ออกแรงดึง แต่ดูแล้วเหมือนถูกเขาลากเข้าไปในตำ