ะมีสักกี่คนที่ไม่ใช่คนที่กลุ่มหลิวเย่ลักพาตัวมา?”
ข้อมูลของชิงหูนับเป็นเรื่องใหม่ แม้แต่หลินเมิ้งหยายังขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น
“มีเรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อนแล้วกระนั้นหรือ ตกลงกลุ่มหลิวเย่คิดจะทำอะไรกันแน่?”
ตอนแรกคิดว่าพวกเขาเป็นเพียงกลุ่มอันธพาลโรคจิตแต่เพียงเท่านั้น แต่คำพูดของชิงหูทำให้นางต้องกลับมาไตร่ตรองดูใหม่
ชิงหูเห็นว่าตนเองทำสำเร็จแล้ว จึงลุกขึ้นมายืนตรงหน้าหลินเมิ้งหยา มองสบตานาง ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม
“ข้าไม่รู้หรอกว่าพวกเขากำลังจะทำอะไร แต่เจ้าจะต้องรู้ว่าหากคิดจะต่อกรกับกลุ่มสัตว์ร้ายเหล่านี้ มิอาจพึ่งได้เพียงกำลังของเจ้าและข้า ตอนนี้พวกเราไม่อาจโค่นล้มพวกเขาได้อย่างแน่นอน”
หลินเมิ้งหยาพยักหน้า ตอนนี้นางมิใช่เด็กสาวอ่อนปวกเปียกอีกแล้ว
ดังนั้นนางจึงเข้าใจความหมายของชิงหู
หลินเมิ้งหยาถอนหายใจ ก่อนจะกุมมือหลินจงอวี้
“เสี่ยวอวี้ เรื่องที่พี่สาวให้คำมั่นแก่เจ้า พี่สาวจะทำให้สำเร็จ แต่เจ้าจะต้องอดทนก่อนสักหน่อย ได้หรือไม่?”
หลินจงอวี้พยักหน้า ตอนแรกเขาคิดจะยอมแพ้แล้วด้วยซ้ำ แต่คิดไม่ถึงว่าพี่สาวจะยังยืนหยัดเช่นนี้
“เอาแบบนี้แหละ ข้าเองก็เห็นว่าอันธพาลกลุ่มนี้ขวางหูขวางตายิ่งนัก วางใจเถิด ข้าจะส่งคนไปจับตามองพวกเขา เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ข้าจะช่วยเจ้าอีกแรง”
คำสัญญาของชิงหูเสมือนเข็มทิ่มตรงเข้าไปในหัวใจของหลินจงอวี้ เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกซาบซึ้งใจ
ไม่ว่าพี่สาวหรื