นี้ลูกโตแล้ว พระองค์ควรมีช่วงเวลาพักผ่อนอันแสนสงบสุข ส่วนพระชายากับกระหม่อม พวกเราให้เกียรติซึ่งกันและกันอยู่เสมอ ไม่จำเป็นต้องให้คนนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง หวังว่าหมู่เฟยจะให้อภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ กลับกันเถิด ตอนนี้ดึกมาแล้ว แม้พวกเราจะยังไม่นอน แต่หมู่เฟยต้องพักผ่อน”
หลงเทียนอวี้สบตากับพระสนมเต๋อเฟย ดวงตาสีดำคมกริบไร้ความเจ็บปวดหลงเหลืออยู่
ทว่าเขากลับแสดงความเคารพด้วยท่าทางเย็นชา แม้แต่พระสนมเต๋อเฟยยังสัมผัสได้
หรือนางจะไม่สามารถยุ่งวุ่นวายกับเขาได้อีกต่อไปแล้ว?
ความเกลียดชังต่อหลินเมิ้งหยายิ่งเพิ่มมากขึ้น
นังปีศาจ สุดท้ายนางก็ทำให้อวี้เอ๋อร์ลุ่มหลงจนหัวปักหัวปำ แม้แต่คำพูดของนาง เขาก็ไม่ฟังอีกแล้ว
“พวกเราไปกันเถอะ”
น้ำเสียงอ่อนโยนมอบให้หญิงสาวตรงหน้าเพียงคนเดียวเท่านั้น
มองดูริมฝีปากที่อ้าค้าง ทั้งสายตาที่จ้องมองเขาเสมือนคนโง่ หลงเทียนอวี้รู้สึกว่านางช่างน่ารักเหลือเกิน
หัวใจชุ่มฉ่ำ สอดวงแขนอุ้มนางขึ้นมา
“เอ๋? พระองค์ทำอะไร?”
หลินเมิ้งหยาดิ้นเบาๆ สบตาดวงตาคมกริบคู่นั้น
“อย่าขยับ”
น้อยครั้งนักที่จะได้เห็นใบหน้าขวยเขินของนาง หลงเทียนอวี้รู้สึกเหมือนได้เจอเรื่องแปลกใหม่
“อวี้เอ๋อร์! เจ้าบังอาจ!”
ราวกับถูกลูกชายแท้ๆ ของตนเองตบหน้า พระสนมเต๋อเฟยกริ้วเป็นอย่างมาก
ฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะ บรรยากาศในตำหนักหนักหน่วงขึ้น
“หมู่เฟย ตอนที่ลูกถูกบังคับให้แต่งงานกับเมิ้งหยา พระองค์เองก็อนุญาตใช่หรือไม่พ่ะย่ะ