ลมกลึงเริ่มแสดงท่าทางอันธพาล
ทว่าหลังจากชิงหูจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา เขาก็ฟาดแก้วชาลงบนโต๊ะ
“ได้เลย หากเจ้าคิดจะทำลายร้านของข้า เช่นนั้นข้าจะทำให้พวกเจ้าแหลกเหลวเป็นผุยผงดังเช่นแก้วใบนี้”
เมื่อเลื่อนมือออก แก้วชาที่เคยมีรูปร่างสมบูรณ์เมื่อครู่กลับกลายเป็นผุยผง
ทั้งสองจึงนิ่งเงียบไป
ตกลงเจ้านี้เป็นใครกันแน่?
“ข้าไม่สนใจหรอกว่าใครเป็นคนส่งพวกเจ้ามา แต่ถ้าคิดจะมาหาเรื่องพวกเราแล้วล่ะก็ เช่นนั้นก็แสดงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงออกมาเถิด คิดจะใส่ร้ายว่าพวกข้าซื้อขายยาปลอมมันไม่มีประโยชน์หรอก หากเชื่อใจร้านของเราก็จงเข้ามา แต่ถ้าไม่ก็จงไสหัวออกไป เจ้าของของเราเป็นคนมีเงิน ดังนั้นจึงเปิดร้านขายยาเล่นแต่เพียงเท่านั้น”
คำพูดของชิงหูระคนความหยิ่งยโส
ชายสองคนนั้นจึงหุบปากสนิท
อันที่จริงการใส่ร้ายป้ายสีร้านขายยาทำได้หลากหลายวิธีเช่น การใส่ร้ายว่าขายยาปลอมหรือไม่ก็ยกศพคนตายมากล่าวหา
แต่พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าร้านยาเล็กๆ เปิดใหม่แห่งนี้จะขายดิบขายดีเป็นอย่างมาก
“เดินระวังๆ ล่ะ ข้าไม่ส่ง”
ทั้งสองสบตากัน ก่อนจะออกจากร้านไป
หลินเมิ้งหยายืนอยู่ด้านหลังฉากกั้น นางเหลือบไปเห็นสัญลักษณ์รูปใบไม้ที่เอวของทั้งสอง
หรือพวกเขาจะเป็นคนของกลุ่มหลิวเย่?
“ฮึ ก็แค่พวกลูกกระจ๊อกข้างถนน บังอาจมาแสดงความโอหังถึงที่นี่”
ชิงหูหันกลับมา เขาเห็นว่าหลินเมิ้งหยากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
“เจ้าเด็กน้อย กำลังคิดอะไรหรือ?”
หลิ