นเมิ้งหยามองชิงหู ก่อนจะพูดในสิ่งที่ตนสงสัย
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าในเมืองหลวงมีกลุ่มอันธพาลที่ชื่อว่าหลิวเย่อยู่? ตอนแรกเสี่ยวอวี้ถูกพวกนั้นซื้อตัวไป ตอนแรกข้ามิได้ใส่ใจกลุ่มหลิวเย่เท่าไรนัก แต่พอตอนนี้มาคิดดูแล้ว ข้าว่าเรื่องนี้จะต้องไม่ธรรมดา”
ราวกับป๋ายซูเองก็เคยได้ยินข้อมูลบางอย่างมาก่อน นางจึงเอ่ยเสริม
“นายหญิงพูดมีเหตุผล ตอนที่นายน้อยลี้ภัยออกจากอาณาจักร ในเวลานั้นมียอดฝีมือติดตามเขามาด้วยมากมาย ข้าเคยได้ยินนายน้อยเล่าว่าเขาถูกขอทานคนหนึ่งเก็บไปเลี้ยงดู แต่ไม่รู้ว่าเกิดเหตุอันใดขึ้นจึงเหลือเพียงนายน้อยแค่คนเดียว”
ชิงหูครุ่นคิด ดูท่ากลุ่มหลิวเย่จะไม่ธรรมดาจริงๆ
“ข้าเคยได้ยินมาว่ากลุ่มหลิวเย่มิใช่เพียงกลุ่มอันธพาลขู่กรรโชกทรัพย์ พวกเขาทำการค้า อีกทั้งยังมีคนคอยหนุนหลัง แต่ถ้าหากเทียบกับกลุ่มนักฆ่าของเจียงหูแล้วล่ะก็ พวกเขาก็เป็นเพียงสุนัขรับใช้ของใครบางคนเท่านั้น”
ชิงหูเป็นยอดนักฆ่าแห่งเจียงหู แน่นอนว่าเขาไม่เคยเห็นคนเหล่านี้อยู่ในสายตา
บางที นางอาจคิดมากเกินไป
พวกเขาอยู่ที่ร้านขายยาอีกพักใหญ่ เมื่อถึงเวลาพระอาทิตย์ตกดินจึงแอบเข้าประตูหลังของร้านหรูอี้โหลว ก่อนจะพากันกลับจวน
การเที่ยวเล่นอยู่ในร้านอาหารตลอดทั้งวันเป็นเพียงเรื่องธรรมดา เมื่อกลับมาถึงจวนจึงไม่มีใครสงสัย
ทว่าก่อนถึงเวลานอน หลินเมิ้งหยาถูกพระสนมเต๋อเฟยเรียกตัวไปที่ตำหนักหยาเสวียน
นั่งอยู่ในตำแหน่งประธาน หลินเมิ้งหยาก้ม