เพียงชิงหูที่อยู่ข้างกายหลินเมิ้งหยา
“เจ้าสืบเรื่องของหยุนจู๋มาแล้วใช่หรือไม่?”
นางลุกขึ้นยืนข้างหน้าต่าง ด้านนอกมีเสียงหัวเราะดังออกมาจากสวน หัวใจของหลินเมิ้งหยามีความสุขเกินจะพรรณนา
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางซ่อนตัวอยู่ในเมืองหลวง ข้าได้ยินมาว่านางซ่อนตัวอยู่ในสกุลหาน”
สายตาของชิงหูเหลือบมองทางห้องเล็กที่หยุนจู๋ใช้ซ่อนตัว
เมื่อครู่ป๋ายซูนำอาหารไปส่งให้ ทว่าภายในกลับว่างเปล่า
“สกุลหาน? เหตุใดจึงเป็นพวกเขา?”
ชิงหูพยักหน้า ก่อนจะเล่าเรื่องที่ตนเองสืบมาได้ให้ฟัง
“น่าแปลกจริงเชียว สกุลหานสนิทชิดเชื้อกับฮองเฮาเป็นอย่างมาก หรือการที่หยุนจู๋ซ่อนตัวได้อย่างมิดชิดก็เพราะได้รับความช่วยเหลือจากสกุลหานตลอดมา?”
คำถามเกิดขึ้นมากมายในใจของหลินเมิ้งหยา แม้สกุลหานจะมิใช่สกุลของนักรบ แต่เพราะทำงานรับใช้ฮองเฮา ดังนั้นพวกเขาจึงกุมอำนาจฝ่ายในเอาไว้
ตลอดหลายปีที่ผ่าน ทั้งของกินและของใช้ในวังล้วนมีสกุลหานเป็นผู้ดูแลทั้งสิ้น
ทว่าพวกเขากลับซ่อนตัวหยุนจู๋ไว้ นี่ไม่เหมือนวิธีการทำงานของพวกเขาเลยสักนิด
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าคุณชายสกุลหานหรือเจ้าตระกูลสกุลหานในเวลาเป็นใคร?”
เมื่อพูดถึงเรื่องซุบซิบนินทาของชาวบ้าน สีหน้าของชิงหูระรื่นมากกว่าปกติ
“เขาเหรอ? เขาคือเพื่อนรักที่สุดของคุณชายกูซู…หานหยุนจี๋”
จู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็นึกขึ้นมาได้ หยุนจู๋เคยเล่าว่าคนที่ส่งข่าวการแต่งงานของท่านอาจารย์เมื่อตอนนั้นก็คือเพื่อนรักของท่า