คำพูดของหลินเมิ้งหยายิ่งทำให้ป๋ายจีเจ็บปวดใจ
หลังจากร้องไห้อยู่พักใหญ่ ในที่สุดนางก็สงบลง
“ไม่ต้องกังวล บางทีป๋ายซ่าวเองก็มีเหตุผลของนาง อีกไม่นานนางจะต้องมาอธิบายให้พวกเราฟังอย่างแน่นอน”
หลินเมิ้งหยาลูบไล้เส้นผมของป๋ายจี ส่งเสียงหนักแน่น
หลินเมิ้งหยาโน้มน้าวป๋ายจีให้กลับไปด้านนอก ก่อนที่นางจะตรวจสอบยาที่อยู่ในห้องเพียงลำพัง
“ในเมื่อมาแล้วก็ปรากฏตัวออกมาเถิด แอบมองอยู่อย่างนี้ไม่เหนื่อยหรือ?”
หลินเมิ้งหยาส่งเสียงเรียบ ใบหน้าเรียวเล็กสงบนิ่ง
“ช่างเป็นวิธีการซื้อใจคนที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก สมแล้วที่เป็นลูกสาวสกุลหลิน วิธีการไม่ธรรมดา”
ส่งเสียงเยาะเย้ยไม่กี่ประโยคก่อนจะพลิกตัวกระโดดลงมายืนตรงหน้าหลินเมิ้งหยา
“หรือข้าพูดผิด? คุณหนูใหญ่สกุลหลิน!”
หยุนจู๋ยังคงปกปิดใบหน้าด้วยผ้าคลุม ทว่านางมิได้สวมใส่ชุดสีดำเหมือนก่อนแล้ว
ชุดกระโปรงสีม่วงรัดรูปขับให้เห็นรูปร่างเพรียวบางมีเสน่ห์ของนาง
เหตุเพราะช่วงอายุที่มากขึ้นนางจึงมีความเป็นผู้ใหญ่แต่ยังทรงสเน่ห์
ที่แขนเสื้อและชายเสื้อปักลายเปลวเพลิงแปลกตาเอาไว้
“ถูกต้อง ข้ากำลังซื้อใจคน มิรู้ว่าข้าซื้อใจของเจ้าได้แล้วหรือไม่?”
หลินเมิ้งหยาเคยชินกับวาจาแข็งกระด้างของหยุนจู๋แล้ว นางจึงมิได้เก็บมาเป็นอารมณ์
“หัวใจของข้าหรือ? มันตายไปนานแล้ว”
เรื่องของท่านอาจารย์ยังคงทิ่มแทงหัวใจของนาง
หลินเมิ้งหยาส่ายหน้า ก่อนจะตรวจสอบยาในมือ
“เจ้าสำนัก เจ้าคิดว่าชุดที่ข้าสวม