ใส่เป็นเช่นไร?”
นางยืนขวางหน้าหลินเมิ้งหยา
“อืม ขนาดพอเหมาะ คุณภาพไม่เลว”
หยุนจู๋กลับส่งเสียงหัวเราะออกมา หมุนตัวก่อนจะเอ่ย
“ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่าว่านายหญิงจะต้องมองความหมายมันไม่ออก ชิงหู ข้าขอเก็บเงินหนึ่งร้อยยี่สิบตำลึงก่อนล่ะนะ”
ยังไม่ทันจะสิ้นเสียง ชิงหูพลันปรากฏขึ้นด้านหลังของหยุนจู๋
วันนี้เขาสวมใส่ชุดสีน้ำเงินอมฟ้าเข้ารูป น้ำหนักเบา ดูแล้วคล่องตัว
ศีรษะติดรัดเกล้าหยกสีขาว ใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้าน
“เจ้าเด็กน้อย วันนี้เหยียหล่อหรือไม่?”
รีบเข้ามายืนตรงหน้าหลินเมิ้งหยา ทำท่าทางภูมิอกภูมิใจราวกับว่าเป็นคุณชายรูปงามกว่าใครในใต้หล้า
“อืม อืม ยกนิ้วให้”
หลินเมิ้งหยายกนิ้วโป้งขึ้น หากไม่แสดงความเห็นใดๆ ออกมา ชิงหูจะต้องวอแวนางไม่หยุด
เพื่อช่วยใบหูที่น่าสงสารของตัวเองนางจึงยอมเอ่ยปากชมเขา
“แค่ร้อยยี่สิบตำลึงเท่านั้น เอาไปเลย ขอแค่เจ้าเด็กน้อยชมว่าข้าหล่อก็พอ”
ชิงหูหยิบเงินหนึ่งร้อยยี่สิบตำลึงออกมาจากวงแขนอย่างไม่ลังเลแล้วมอบให้หยุนจู๋ที่กำลังหัวเราะคิกคักอย่างพึงพอใจ
“เจ้าไม่รู้จักการใช้เงินเลยใช่หรือไม่?”
แม้หลินเมิ้งหยาจะเป็นคนที่มีทรัพย์สมบัติมากคนหนึ่ง แต่นางไม่เห็นด้วยกับการใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายของชิงหูเลยแม้แต่น้อย
“จริงสิเจ้าเด็กน้อย นี่คือป้ายเจ้าสำนักที่ข้าออกแบบให้เจ้า เจ้าคิดเห็นเช่นไร”
ชิงหูหยิบป๋ายหยกทรงกลมออกจากวงแขน ด้านบนแกะสลักเป็นรูปเปลวไฟนูนขึ้นมา
สัญลักษณ์เหมื