าไปทำไมกัน?”
ชิงหูสงสัยเล็กน้อย เลี่ยหยุนอยู่ไกลพันลี้ อีกทั้งตระกูลของเจ้าเด็กน้อยยังไม่มีทีท่าว่าจะเกี่ยวข้องกับที่นั่นเลยนี่นา
ครุ่นคิด หลินเมิ้งหยากลับไม่ยอมเล่าเรื่องซินหลี่ให้ชิงหูฟัง
นางรู้จักอุปนิสัยของชิงหูดี หากเขารู้ว่าเจ้านั่นชี้มีดข่มขู่นางแล้วล่ะก็
คาดว่าเขาจะต้องทุ่มเทสุดชีวิตเพื่อไล่ล่าฆ่าฟันซินหลี่อย่างแน่นอน
“ข้าก็แค่สงสัย เจ้าเองก็รู้ว่าช่วงนี้ข้ากำลังศึกษาวิชาแพทย์พิษกับท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์เคยเล่าเรื่องยาพิษในเลี่ยหยุนให้ฟัง ดังนั้นข้าก็เลยมาถาม”
ชิงหูเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง จ้องหลินเมิ้งหยาเขม็ง นางปกปิดอย่างแนบเนียน ชิงหูมองไม่ออกเลยแม้แต่น้อยว่านางกำลังโกหก
“ก็เป็นไปตามที่ข้าเล่า ต่อจากนี้ไป หากได้เจอกับซินหลี่ เจ้าอย่าเข้าไปใกล้เขาเด็ดขาด”
แม้แต่ชิงหูยังรู้สึกกลัว
“ข้าเหมือนคนไร้สมองหรืออย่างไร?”
หลินเมิ้งหยาถลึงตา ทว่าดวงตาเจ้าเล่ห์ประหนึ่งจิ้งจอกคู่นั้นกลับกลิ้งกลอกไปมา ก่อนจะเอ่ย
“อืม ดูเหมือนจะยังใช้ได้”
พูดจบเขาก็รีบเผ่นไปไกล
“เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้นะ กลับมาพูดให้รู้เรื่อง”
หลินเมิ้งหยาออกวิ่งตาม การละเล่นไล่จับในตำหนักหลิวซินจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง
หลงเทียนอวี้นั่งอยู่ในห้องอ่านหนังสือ หัวใจว้าวุ่นเขาคิดไม่ถึงเลยว่าเจียงหรูฉินจะไร้ยางอายได้ขนาดนี้ดูเหมือนเขาต้องคิดหาวิธีขับไล่ผู้หญิงคนนี้ออกไปแต่สิ่งหนึ่งที่เขายังไม่เข้าใจก็คือเพราะเหตุใดหมู่เฟยจึงเปลี่ยนไปห