ด้านบนเถิด”
เสมือนเสียงออดอ้อนของหนุ่มน้อย น้ำเสียงเจือความเจ้าเล่ห์
“ไม่เป็นไร…”
หลินเมิ้งหยาที่กำลังตกอยู่ในอาการสะลึมสะลือเบิกตาโพลง มองดูคนที่อยู่ตรงหน้าของตนเอง ทว่านางกลับเห็นไม่ชัด
เอ๋? ทำไมเวลาเพียงแค่คืนเดียว เสี่ยวอวี้ถึงโตขึ้นมากขนาดนี้เล่า?
ไม่ใช่!
หลินเมิ้งหยารีบตั้งสติ มองดูคนตรงหน้าด้วยความหวาดระแวง
เขา…ไม่ใช่เสี่ยวอวี้!
“เจ้าเป็นใคร?”
ขยับตัวไปชิดผนัง หลินเมิ้งหยากอดผ้าห่ม มองดูหนุ่มน้อยตรงหน้าด้วยความระแวดระวัง
เพราะเหตุนี้นางจึงเข้าใจผิดคิดว่าเขาคือเสี่ยวอวี้
ชายหนุ่มตรงหน้าดูอายุมากกว่าเสี่ยวอวี้หลายปี
ชุดสีฟ้าน้ำทะเลทำให้เขาดูมีเสน่ห์เย้ายวน
ใบหน้าขาวนวลสะอาดสะอ้าน โครงหน้าคมเข้มหล่อเหลาเหมือนกับหลินจงอวี้ ทว่าใบหน้าของชายหนุ่มคนนี้ดูเจ้าเล่ห์กว่ามาก
“ข้าเป็นใคร? เจ้าลองเดาดูเถิด หากเจ้าเดาถูก ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า หากเจ้าทายผิด ข้าจะกรีดหน้าของเจ้าให้เสียโฉม”
ชายหนุ่มหัวเราะ หยิบมีดสั้นเล่มหนึ่งออกมาจากวงแขน
ทว่าสีหน้าของหลินเมิ้งหยากลับไร้ซึ่งความหวาดกลัว
“หากเจ้ากล้าทำร้ายข้า ข้าสาบานเลยว่าเจ้าไม่มีทางออกไปจากตำหนักแห่งนี้ได้แน่”
เย่กับชิงหูมัวทำอะไรอยู่ ห้องของนางมีคนบุกรุกเข้ามา เหตุใดพวกเขาจึงไม่รู้สึกตัว?
“ฉลาดยิ่งนัก ถูกต้อง ตำหนักของเจ้าเข้ามามิได้ง่ายๆ เลย สายตาของเจ้าขยะนั่นแหลมคมยิ่งนัก แม้แต่ข้ายังอดที่จะหวั่นไหวกับเจ้าไม่ได้”
ชายตรงหน้าแสดงความคิดชั่วร้า