งอันใดตอบกลับมา
“พระชายา คุณหนูของพวกเราต้องการพบท่าน ได้โปรดเปิดประตูด้วย”
แน่นอนว่าสาวใช้ธรรมดามิกล้าเรียกชื่อของหลินเมิ้งหยาโดยตรง
แต่แม้หลิวเอ๋อร์จะร้องเรียกไปแล้วถึงสามครั้ง แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ
“เคาะต่อไป ข้าไม่เชื่อหรอกว่านางจะไม่ได้ยิน”
หลิวเอ๋อร์ทำได้เพียงเคาะประตูต่อไปเรื่อยๆ ทว่าแม้จะเคาะอยู่นาน ประตูกลับยังปิดสนิท
เจียงหรูฉินเกือบจะพังประตูเข้าไป แต่เมื่อลองไตร่ตรองดูแล้ว หากนางทำเช่นนั้น เกรงว่าหลินเมิ้งหยาจะไม่มีทางปล่อยนางไปแน่นอน
อย่าว่าแต่หลินเมิ้งหยาเลย แม้แต่ญาติสนิทมิตรสหายในวังคงไม่เหลียวแลนาง
การกระทำของนางมิต่างอะไรจากการทำลายราชวงศ์
“พี่สะใภ้ ท่านเปิดประตูเถิด ข้ามีเรื่องต้องคุยกับท่าน”
ไม่มีทางเลือก เจียงหรูฉินทำได้เพียงส่งเสียงอ่อนหวาน
ครู่ต่อมา เสียงจากภายในดังขึ้น
“ข้ากำลังพักผ่อน มีเรื่องอะไรค่อยคุยกันตอนบ่ายเถิด”
เจียงหรูฉินโกรธจนใบหน้าบิดเบี้ยว คิดไม่ถึงเลยว่านังแพศยาคนนี้จะเห็นนางเป็นเพียงของเล่น
“พี่สะใภ้ ท่านให้กุญแจข้าขาดไปดอกหนึ่งหรือไม่?”
ที่นางมาในคราวนี้ก็เพราะต้องการกุญแจโรงเก็บของเล็ก แม้จะไม่เปิดประตูก็มิเป็นไร
อย่างน้อยนางก็ไม่ต้องเห็นหน้าของหลินเมิ้งหยา
“เจ้าหมายถึงกุญแจประตูใหญ่ตำหนักข้ากระนั้นหรือ? เจ้าไปเอาที่ผอจื่อเถิด พวกนางมีกุญแจของแต่ละตำหนัก หากเจ้าต้องการจริงๆ แล้วล่ะก็ เช่นนั้นข้ารบกวนเจ้ามาลงกลอนประตูให้ตำหนักข้าทุกคืนด้วยแ