ากท่านแสดงกิริยาก้าวร้าวเช่นนี้ ท่านอย่าหาว่าพระชายาไม่เกรงใจเลย”
สายตาเย็นชาของป๋ายซูจับจ้องเจียงหรูฉินเขม็ง
แม้ท่านป้าจะถือหางของนางเอาไว้ แต่ถึงอย่างไรหลินเมิ้งหยาก็ยังเป็นพระชายา
ท่านพ่อของนางเกือบจะไม่เอานางไว้เพราะเรื่องคราวก่อน
นางจึงไม่อาจสร้างเรื่องใดๆ อีกได้
“ข้า…ข้าก็แค่ร้อนใจ พระชายาคงไม่ใจแคบขนาดนั้นหรอกกระมัง?”
ทั้งที่มุ่งหน้ามาเพื่อหาเรื่องหลินเมิ้งหยาโดยเฉพาะ แต่นางกลับถูกป๋ายซูกำราบจนขวัญหนีดีฝ่อ
“ข้าเป็นเพียงสาวใช้ มิอาจตัดสินใจแทนเจ้านายได้ แต่พระชายาอยู่ด้านใน ท่านลองไปถามเอาเองแล้วกัน”
เมื่อพูดจบป๋ายซูก็เดินกลับเข้าไปในสวนของตำหนักหลิวซิน
เจียงหรูฉินโกรธมาก ตอนนี้แม้แต่สาวใช้ยังเมินเฉยต่อนาง
ช่างเป็นสาวใช้ที่จงรักภักดีต่อหลินเมิ้งหยาเหลือเกิน!
“คุณหนู เหตุใดต้องโกรธเกรี้ยวเพราะสาวใช้คนหนึ่งด้วยล่ะเจ้าคะ อย่าลืมวัตถุประสงค์ที่เรามาในครั้งนี้สิเจ้าคะ”
หลิวเอ๋อร์กระตุกแขนเสื้อของเจียงหรูฉินพลางกระซิบเบาๆ
ถูกต้อง ที่นางมาคราวนี้ก็เพราะเรื่องเงิน
มุมปากยกยิ้มเย็นชา นางมุ่งหน้าเข้าไปในสวน
ทว่าประตูเรือนทุกหลังปิดสนิท
ในสวนไร้ซึ่งผู้คน แม้แต่สาวใช้หรือผอจื่อก็ไม่ออกมาต้อนรับ
นางจึงจำใจพาสาวใช้มุ่งหน้าไปยังเรือนหลักของตำหนัก
“ไปเคาะประตู”
ปรายตาไปทางหลิวเอ๋อร์ หากนางเป็นผู้เคาะประตูเองจะทำให้ฐานะของนางต้องแปดเปื้อน
หลิวเอ๋อร์ยื่นมือออกไปตบประตูสองสามครั้ง ทว่าไม่มีเสีย