หน้ารับแล้วสั่งคนในตำหนักของนางมิให้ออกไปนอกจวน
“จริงซิ พระสนมเต๋อเฟยจะกลับมาตอนไหน? ข้าต้องไปถวายคำนับหรือไม่?”
พ่อบ้านเติ้งลังเลก่อนจะส่ายหน้า เอ่ยว่ามิรู้ว่าพระสนมเต๋อเฟยจะกลับมาเมื่อใด
หลินเมิ้งหยารู้สึกฉงน นับตั้งแต่ตอนที่นางกลับมาถึงจวน พวกคนรับใช้มิกล้าพูดด้วย แต่กลับพากันซุบซิบนินทา
“นายหญิง เหตุใดข้าจึงรู้สึกผิดปกติกันนะ?”
ป๋ายจื่อที่กลับมาจากโรงครัวหลังจากเข้าไปเตรียมอาหารเย็นขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น เดินกลับมาถึงตำหนักหลิวซิน
“เกิดอะไรขึ้น? ใครทำให้เจ้าอารมณ์เสียกัน?”
ป๋ายจีกำลังเย็บผ้าลายดอกโบตั๋น มองดูสาวน้อยตรงหน้า
“ไม่มีหรอก แต่…พวกเขาถามข้าเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตของนายหญิง”
คำพูดของของป๋ายจื่อทำให้หลินเมิ้งหยาซึ่งกำลังอ่านหนังสืออยู่บนโต๊ะเงยหน้าขึ้น
“เอ๋? พวกเขาพูดถึงข้าทำไมกัน?”
ป๋ายจื่อหยิบลูกแพร์ขึ้นมาหนึ่งลูกแล้วพลิกซ้ายพลิกขวา
“พวกนางถามทุกอย่างเลยเจ้าค่ะ แต่ที่ถามมากที่สุดคือฮูหยินตายได้อย่างไร แล้วยังถามเรื่องเมื่อครั้นนายหญิงยังเป็นเด็กอีกเจ้าค่ะ”
ครั้นนางยังเด็ก? หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด ทุกคนในเมืองหลวงล้วนรู้จักนาง อีกทั้งคนส่วนใหญ่ยังรู้เรื่องเกี่ยวกับนาง
เหตุใดพวกเขาจึงมาขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตของนางกัน?
“เช่นนั้นเจ้าตอบว่าอย่างไร?”
หลินเมิ้งหยาวางหนังสือในมือลงก่อนจะเอ่ยถาม
“ข้ามิได้ตอบอันใดเลยเจ้าค่ะ พี่ป๋ายจีเคยสั่งเอาไว้ว่าห้ามพูดจาเลื่อนเปื้อนเกี่ยวกับเร