ก็แค่อยากช่วย”
“ข้าว่าเจ้าอยากจะเข้ามาก่อเรื่องวุ่นวายเสียมากกว่า”
ไม่ต้องอ้าปากสักคำหลินเมิ้งหยาก็รู้ได้ทันทีว่าเขาอยากเป็นหนึ่งในคุณชายทั้งสาม
แต่ถ้าให้เขาเข้าไปคัดกรองคนเหล่านั้น สุดท้ายเขาต้องต่อยตีคนพวกนั้นจนแขนขาขาดอย่างแน่นอน
นางไม่อยากให้คนในกลุ่มสามสหายของนางต้องกลายเป็นคนพิการ
“ข้าหวังดีจริงๆ นะ ครั้งเดียว…ครั้งเดียวนะ ได้หรือไม่?”
แม้ชิงหูจะไม่ใช่นักฆ่าที่เน้นใช้อาวุธ แต่เขาก็ใช้อาวุธได้อย่างเก่งกาจ อีกทั้งเขายังทำทุกวิถีทางเพื่อเข้าไปก่อกวนคนที่มีฝีมือไม่ด้อยไปกว่าเขาอย่างเย่
นานวันเข้า เมื่อเย่ได้เจอชิงหู เขาแทบจะหายไปไม่ปรากฏตัวออกมา
วิทยายุทธ์ของป๋ายซูและหลินจงอวี้เองก็สูงพอควร แต่เมื่อเทียบกับชิงหูแล้ว พวกเขายังเป็นเพียงเด็กน้อยเท่านั้น
ตอนนี้เขาจึงเบื่อหน่ายเป็นอย่างยิ่ง
“เฮ้อ ช่างเถิด ในเมื่อเจ้าไม่อนุญาต เช่นนั้นข้าเป็นตัวแทนคอยจัดการเรื่องอื่นก็แล้วกัน เจ้ายังจำสวนเล็กที่หูลู่หนานจับตัวเจ้าไปขังไว้ที่นั่นได้หรือไม่?”
ชิงหูยกแก้วชาขึ้นดื่มก่อนเอ่ยถาม
หลินเมิ้งหยาพยักหน้า ภาพความทรงจำ ณ ที่แห่งนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในสมองของนางมิเลือนราง
“ข้าซื้อที่นั่นเอาไว้แล้ว จากนี้ไปหากมีเรื่องเกี่ยวกับเจียงหูก็ไปจัดการที่นั่นเถิด”
สวนเล็กแถบชานเมือง? หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด เหมาะสมอยู่เหมือนกัน
“ขอบใจ ลำบากเจ้าแล้ว! มาสิ ดื่มชาเยอะๆ”
หลินเมิ้งหยาหัวเราะคิกคักพลางมองชิงหู นางรู้ดี