วกเรา”
ประสาทสัมผัสของป๋ายซูไม่ด้อยไปกว่าหลินจงอวี้
ชำเลืองมองบริเวณรอบๆ ด้วยความระมัดระวัง มิรู้ว่าคนแปลกหน้ากลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นรอบกายพวกนางตั้งแต่เมื่อไหร่
ที่น่าแปลกไปกว่านั้นคือคนกลุ่มนั้นพยายามเบียดให้พวกนางไปรวมกันอยู่ตรงกลาง
“คนที่มาย่อมไม่ประสงค์ดี พวกเราเดินไปทางโรงน้ำชากันเถิด”
หลินจงอวี้มองไปรอบๆ มือของป๋ายซูวางลงบนเอว
“นายน้อย ส่งสัญญาณดีหรือไม่เจ้าคะ?”
หลินจงอวี้มองไปรอบๆ ยังมีคนของพวกเขาคอยคุ้มกันอยู่เงียบๆ
ขอเพียงส่งสัญญาณ คนเหล่านั้นจะปรากฏตัวเข้าช่วยเหลือทันที
“ไม่ต้อง ต่อให้คนกลุ่มนี้ใจกล้าบ้าบิ่น แต่ก็ไม่มีทางลงมือบนถนนกลางวันแสกๆ เช่นนี้”
ใบหน้าเย็นชา หลินจงอวี้ส่งสัญญาณมือให้กับชิงหูด้านบนโรงน้ำชาสองครั้ง
ชิงหูเองก็มิอาจออกมาช่วยต่อหน้าได้
คนที่นี่มีมากมาย หากมีคนจำเขาได้ เกรงว่าวันเวลาอันแสนสงบสุขของเขาจะหมดลง
“พวกเราระวังตัวหน่อยก็พอ ไปเถอะ”
ป๋ายซูพยักหน้ารับ ทั้งสองเดินนำหน้าตามหลังกันคุ้มครองหญิงสาวทั้งสามตรงกลาง
ชายร่างกำยำสิบกว่าคนจ้องมองคนทั้งห้า
“โอ้ คุณชายที่ไหนกันนะที่พาสาวใช้สวยๆ พวกนี้มาเที่ยวเล่น หัวใจของเหยียคันยุบยิบไปหมด”
ชายสวมชุดสีน้ำตาลปรากฏขึ้นกลางกลุ่มคนเหล่านั้น
ชายคนนั้นรูปร่างสูงใหญ่ แต่เพียงได้เห็นมุมปากก็รู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นคนสับปลับ
หลินจงอวี้ไม่แม้แต่จะสนใจ ทว่าดวงตาของเขาเย็นชาลง
ป๋ายจี ป๋ายซ่าวและป๋ายจื่อไร้วิทยายุทธ์ ดังนั้นพวกนา