งจึงเข้ามาหลบด้านหลังหลินจงอวี้
นับตั้งแต่วันที่เข้าไปทำงานในจวน ไม่มีใครเคยปฏิบัติหยาบคายเช่นนี้กับพวกนาง
“ไสหัวไป”
ป๋ายซูตวาด จ้องหน้าชายคนนั้นเขม็ง
“อารมณ์รุนแรงมิต่างจากม้าพยศ เหยียถูกใจยิ่งนัก”
ไม่เหมือนกับหญิงสาวธรรมดาทั่วไป ป๋ายซูมีรัศมีแห่งความเย็นชาแผ่ซ่าน
ฝ่ายชายแลบลิ้นเลียปาก จ้องมองป๋ายซูด้วยสายตาโลมเลีย
“อย่าได้คิดเอาชีวิตของเจ้ามาทิ้ง!”
ป๋ายซูจับกระบี่อ่อนที่เอวแน่น หากชายคนนั้นเข้ามาใกล้ นางพร้อมที่จะจัดการเขาทุกเมื่อ
ทว่าอันธพาลผู้นั้นกลับเข้าใจสิ่งที่นางต้องการจะสื่อผิดไป
ดวงตาหื่นกระหายจ้องมองเอวบางของนาง
“คิดจะถอดเสื้อผ้าตรงนี้เลยหรือ อย่าเพิ่งรีบร้อนสิคนสวย”
“ไปตายซะ”
ป๋ายซูตวาดดังลั่น นางดึงกระบี่อ่อนออกจากเอว
ใบหน้าเรียวเล็กเปี่ยมไปด้วยความเย็นชา หมุนกระบี่ในมือแล้วจ่อคอของชายโรคจิตคนนั้น
“ฮึ ข้ามองเจ้าผิดไป เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหยียเป็นใคร?”
แม้จะตกเป็นรองแต่ชายหื่นกามคนนั้นกลับมิได้แสดงท่าทีตื่นตระหนก เขากลับส่งเสียงดังยิ่งขึ้น
“นังผู้หญิงบ้า ยังไม่รีบปล่อยคุณชายของข้าอีก ข้าจะบอกเจ้าให้ก็ได้ พวกข้าคือคนของกลุ่มหลิวเย่ หากเจ้ากล้าทำให้พวกเราไม่พอใจ ครอบครัวของเจ้าอยู่ไม่เป็นสุขแน่”
กลุ่มหลิวเย่? สายตาของหลินจงอวี้แข็งทื่อ
ก่อนที่เขาจะถูกพี่สาวพากลับจวน เขาถูกกลุ่มหลิวเย่จับตัวไว้ใช้งาน
คนพวกนั้นปฏิบัติกับเขามิต่างจากหมาข้างถนน
เหยียดยิ้มเย็นยะเยือก
สวรรค์มีทางแ