ต่เจ้าไม่เดิน พวกมันกลับเลือกที่จะเปิดประตูนรกกระนั้นหรือ
ในที่สุด เขาก็ได้แก้แค้นแล้ว
“ป๋ายซู ฆ่า!”
ส่งเสียงเย็นชา ไร้ซึ่งความสงสาร
เขาไม่สนใจหรอกว่ากลุ่มหลิวเย่จะยิ่งใหญ่เกรียงไกรขนาดไหน แต่เมื่อวันนี้มาอยู่ต่อหน้าเขาแล้ว คนพวกนี้จะต้องได้รู้จักกับคำว่าโชคร้าย
ไร้ซึ่งความลังเล กระบี่ในมือพุ่งออกไป
วินาทีต่อมา เลือดสีแดงสดพวยพุ่ง
ชายร่างกำยำเหล่านั้นตะลึงงัน
สวรรค์โปรด ที่เมืองหลวงแห่งนี้มีคนกล้ายุ่งกับพวกเขากลุ่มหลิวเย่ด้วยหรือ
เกรงว่ากระบี่ของหญิงสาวตรงหน้าจะกลายเป็นกระบี่วิญญาณไปเสียแล้ว
“เจ้า…พวกเจ้าซวยแล้ว พี่ใหญ่ของพวกเราไม่มีทางปล่อยพวกเจ้าไป”
“ไม่ปล่อยใครไปอย่างนั้นหรือ? กลุ่มหลิวเย่ของพวกเจ้าบังอาจยิ่งนัก ดูเหมือนการสั่งสอนคราวที่แล้วจะยังไม่มากพอใช่หรือไม่”
จู่ๆ เสียงอ่อนหวานก็พลันดังขึ้นจากเบื้องหลัง ชายร่างกำยำร่างกายสั่นเทิ้ม ก่อนจะหันหลังกลับไป
พวกเขาเห็นหญิงสาวหน้าตางดงามนางหนึ่งค่อยๆ สาวเท้าทีละก้าวเข้ามา
งดงามประหนึ่งภาพวาด ไม่มีใครเทียบเทียมได้
แต่มิรู้ว่าเพราะเหตุใดจึงทำให้พวกเขารู้สึกสั่นสะท้าน
จู่ๆ คำพูดของพี่ใหญ่ก็ดังขึ้นในสมอง
ในเมืองหลวงแห่งนี้มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ห้ามเข้าไปยุ่งด้วย คนผู้นั้นคือชายาอวี้ หากพบเจอนางให้รีบหนีทันที
ได้ยินมาว่า ชายาอวี้งดงามดั่งเทพธิดา
ได้ยินมาว่า นางเคยจัดการชายร่างกำยำหลายสิบคนและเก็บเด็กหนุ่มคนหนึ่งไปเลี้ยง
ได้ยินมาว่า