ี้ ทว่าตั้งแต่ตื่นนอน นางมักจะหัวเราะคิกคักอยู่เสมอ
อีกทั้งยังส่งเสียงชื่นชมรสชาติอาหารไม่ขาดปาก
ขนาดขิงดองที่ปกติไม่เคยแตะต้องยังกินเข้าไปถึงสามคำ
ตอนแรกป๋ายจื่อที่จัดเตรียมเอาไว้อย่างไม่ทันระวังเตรียมรอรับคำตำหนิอยู่ก่อนแล้ว
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าหลินเมิ้งหยาจะกระพริบตาปริบๆ แล้วกลืนลงไป
“นายหญิง ท่าน…ไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
ป๋ายจื่อเอ่ยถามเสียงเบา แต่ไหนแต่ไรมาคุณหนูของนางไม่เคยกินขิงดองมาก่อน
นางไม่อาจทนกลิ่นของมันได้ ทุกครั้งที่กินขิงเข้าไป นางมักจะรู้สึกอยากอาเจียนทุกครั้ง
แม้อุปนิสัยของนางจะเปลี่ยนไป แต่ความเคยชินนี้ไม่เคยเปลี่ยน
ทว่าวันนี้นางกลับทำให้พวกนางต้องตกตะลึง
“ไม่มีอะไรหรอก จริงสิ พวกเจ้ากินข้าวหรือยัง? มานั่งกินด้วยกันสิ”
หลินเมิ้งหยายิ้มแย้มโบกมือเรียกพวกนาง รอยยิ้มของนางอ่อนหวานเสียยิ่งกว่าน้ำผึ้งเดือนห้า
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะนายหญิง พวกเรากินแล้ว ขอบคุณนายหญิงมากเจ้าค่ะ”
สาวใช้ทั้งสี่หัวเราะแห้งๆ แต่โชคดีที่หลินเมิ้งหยากำลังอารมณ์ดีจึงไม่สังเกตเห็น
“จริงสิ อีกเดี๋ยวไปตามครอบครัวของป๋ายจีมาเถิด พวกเราออกไปเดินเล่นข้างนอกกันหน่อย”
หากอยู่ในจวนก็อาจจะได้เจอหลงเทียนอวี้
รอยยิ้มขวยเขินปรากฏบนใบหน้านวล
เหล่าสาวใช้ที่อยู่ด้วยกันทุกวันถึงกับผงะ
นาย…นายหญิงเปลี่ยนไป
พวกนางทั้งกลุ่มออกจากจวนอวี้ หลินเมิ้งหยาใจกว้างเป็นอย่างยิ่ง
ระหว่างทาง ไม่ว่าพบเห็นอะไรก็เอ่ยเพียงซื้อ ซื้อ ซื้อ