งยาวพลิ้วไหวไปกับสายลม ใบหน้าหล่อเหลายังคงสุขุมเยือกเย็น
หลินเมิ้งหยาดึงตัวเองออกจากภวังค์ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนให้เขา
“ดึกขนาดนี้แล้วแท้ๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงมาถึงที่นี่ได้เพคะ?”
หลงเทียนอวี้เองก็มิอาจตอบได้ ทว่าไม่ว่าจะข่มตานอนอย่างไร เขาก็มิอาจนอนหลับ
สุดท้ายจึงหยิบโคมไฟเดินมาที่ตำหนักของนางโดยไม่รู้ตัว
ภายใต้แสงไฟ ใบหน้านวลละอองดงามสงบนิ่ง เสน่ห์พร่างพราวราวเทพธิดาบนสรวงสวรรค์
ด้วยเพราะเป็นเวลานอน ศีรษะจึงมิได้ปักปิ่นหรือเครื่องประดับอันใด
หัวใจเต้นกระตุก ความอบอุ่นบางอย่างแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง
“ข้า…ยังไม่ง่วง”
นอนไม่หลับ? หลินเมิ้งหยาเปิดประตูออกกว้าง ท่าทางเสมือนภรรยาที่กำลังรอปรนนิบัติสามี
“กำลังเป็นห่วงพระสนมเต๋อเฟยหรือเพคะ?”
พระสนมเต๋อเฟยอยู่ในวังมาหลายวันแล้ว แม้หลงเทียนอวี้จะส่งคนเข้าไปไถ่ถาม แต่คำตอบที่ได้คือพระสนมเต๋อเฟยยังคงอยู่รำลึกความหลังกับฮองเฮา
ความกังวลปรากฏในหัวใจของทั้งคู่
ตกลงกำลังรำลึกเรื่องอะไรอยู่กันแน่? ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีมากพอที่จะมานั่งรำลึกความหลังกันอย่างนั้นหรือ?
“อืม คนที่ข้าส่งไปเอ่ยว่าบรรยากาศในวังหลวงเงียบสงบ หมู่เฟยอยู่ที่ตำหนักของฮองเฮาทุกวัน ตอนนี้พระองค์มีการหนาวสั่น หมอหลวงกำลังถวายการรักษา”
หลงเทียนอวี้ทรุดตัวนั่งลงบนตั่งท่าทางเหนื่อยล้าเล็กน้อย
ยากมากที่ทั้งสองคนจะมีช่วงเวลาอันแสนสงบ แม้แต่น้ำเสียงของเขาก็อ่อนโยนลงมาก
“หม่อมฉันคิดว่าฮองเฮ