้ใบหน้างดงามและมีรอยยิ้มอ่อนโยนเข้ามาพยุงทั้งสองคนขึ้นมา
ทั้งสองก้มหน้าลง ไม่กล้าหันไปมองพระชายา แม้แต่เก้าอี้ที่จัดไว้ให้นั่ง ยังนั่งแต่เพียงฝั่งเดียวเท่านั้น
“ท่านทั้งสองมาอยู่ที่นี่ลำบากหรือไม่?”
พ่อแม่ของป๋ายจีดูมีอายุมากกว่าพวกนางหลายเท่า
แม้จะทำงานอยู่ที่บ้านชีวิตจึงอยู่อย่างสุขสบายกว่าผู้อื่น ทว่าพวกเขากลับใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย
นอกจากนี้ทั้งสองยังดูเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต แม้จะพยายามควบคุมตนเอง แต่ก็ยังรู้เรื่องกฎระเบียบ
ร่องรอยของความพึงพอใจปรากฏอยู่ในสายตาของหลินเมิ้งหยา
ดูเหมือนจะเป็นไปตามที่นางคาด
“ทูลพระชายา มิลำบากเลยพ่ะย่ะค่ะ”
ท่านพ่อมู่เคยเป็นพ่อบ้านในจวงจื่อมาก่อนจึงมีท่าทางสงบนิ่งและไม่พูดมาก
ดูเหมือนทั้งสองท่านจะสั่งสอนลูกสาวของตนเองมาเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงมีลูกสาวอย่างป๋ายจีออกมาได้
“ไม่ลำบากอะไรก็ดีแล้ว ช่วงนี้ข้าเองมิอาจทำอะไรได้โดยไม่มีป๋ายจีแล้ว อย่าดูถูกว่านางอายุยังน้อยเชียว ที่จริงนางมีพรสวรรค์เป็นอย่างมาก”
หลินเมิ้งหยาพูดอย่างเป็นกันเอง นางมิได้มองว่าพ่อแม่ของป๋ายจีเป็นคนนอก
เมื่อถูกเจ้านายชื่นชม ป๋ายจีหน้าแดงระเรื่อ
ป๋ายซูกับป๋ายจื่อยกชาหอมเข้ามาสองแก้ว
ใบหน้าของคนชราทั้งสองจึงยกยิ้มยินดี
หากมิใช่เพราะป๋ายจีรู้ความจึงขอออกมาทำงานนอกบ้านเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวแล้วล่ะก็ พวกเขาคงไม่มีวันยินยอม
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเด็กคนนี้จะมีวาสนาได้เจอกับเจ้านายที่แสนดี
ช่วงสองส