ามวันก่อนระหว่างที่อาศัยอยู่ที่นี่ พวกเขาได้ยินมาว่าป๋ายจีกลายเป็นคนคุมตำหนักเล็กในจวนอวี้แล้ว
ซ้ำยังได้ยินอีกว่าไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ ป๋ายจีล้วนเป็นคนจัดการทั้งสิ้น
“ต้องขอบพระทัยเหนียงเหนียงที่มิรังเกียจนาง นางจึงมีวาสนาเช่นนี้”
ท่านพ่อมู่เริ่มเคอะเขินเพราะคำชมของพระชายา เมื่อเห็นท่าทางเป็นกันเอง พวกเขาจึงผ่อนคลายลงมาก
เขาลอบมองบริเวณรอบๆ
ห้องแห่งนี้งดงามราวกับสรวงสวรรค์
อย่าว่าแต่ความงามของนายหญิงเลย แม้แต่คุณชายที่นั่งอยู่ด้านข้างยังมีใบหน้าหล่อเหลางดงามดั่งหยก เขาดูน่ารักกว่าเทพเจ้านาจาที่อยู่ข้างกายเจ้าแม่กวนอิมเสียอีก
“จากนี้ไปพวกเราจะกลายเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ป๋ายจีเล่าทุกอย่างให้ทั้งสองท่านฟังแล้วใช่หรือไม่”
หลังจากทักทายพอเป็นพิธีแล้วหลินเมิ้งหยาจึงเข้าสู่คำถาม
ทุกคนในห้องนี้ล้วนเป็นคนของนางเองจึงไม่มีอะไรต้องปิดบัง
คนชราทั้งสองครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะเอ่ยด้วยความระมัดระวัง
“พวกเราซาบซึ้งยิ่งนักที่พระชายาเชื่อใจพวกกระหม่อม ทว่า…แม้กระหม่อมจะเคยเป็นพ่อบ้านที่จวงจื่อ แต่นั่นก็นานมากแล้ว เกรง…เกรงว่าจะทำให้พระชายาต้องเสียงาน”
หลินเมิ้งหยาเดาเอาไว้แล้วว่าทั้งสองจะต้องปฏิเสธ
นางขบคิดชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยโน้มน้าว
“ทั้งสองท่านโปรดวางใจ ร้านของข้าไม่จำเป็นต้องใส่ใจมากมายนัก ข้าเพียงแต่ต้องการหาคนที่สามารถไว้ใจได้มาช่วยดูแลเพียงเท่านั้น”
หลินเมิ้งหยาคิดอยากเลี้ยงดูป๋ายซ่าวกับป๋า