ากสินเดิมของสาวใช้ทั้งสี่ ในเวลานี้นางยังต้องเป็นห่วงเรื่องของเยว่ฉีด้วย
ไหนจะเงินสินสอดสำหรับหลินจงอวี้และพี่ชายอีก
เฮ้อ ดูเหมือนว่านางจะต้องวางแผนให้รอบคอบกว่านี้
การไม่มีเงินช่างลำบากยิ่งนัก
“เจ้านี่หนา เหตุใดจึงไม่รีบเตือนข้า ยิ่งไปกว่านั้น ครอบครัวของเจ้าล้วนเป็นผู้ใหญ่ ตอนเย็นข้าจะไปหาพวกเขาเอง”
คำปฏิเสธของป๋ายจีติดอยู่ที่ลำคอ
สุดท้ายจึงทำได้เพียงพยักหน้ารับ
“เจ้าค่ะ”
เดินออกจากตำหนักไปเพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงหัวเราะจากข้างในที่ดังลอดออกมาถึงข้างนอก
พวกนางพูดคุยเล่นกันสัพเพเหระ เยว่ฉีทนเสียงออดอ้อนของพวกนางไม่ไหว สุดท้ายจึงตอบตกลงจะพักอยู่ที่จวนสองสามวัน
หลินเมิ้งหยาเคยสอนสาวใช้เล่นเกมโต้วตี้จู่ ดังนั้นความสนุกคึกครื้นจึงบังเกิดขึ้นภายในตำหนักหลิวซิน
เมื่อกลับเข้าไปนางจึงได้เห็นสาวใช้สุมหัวกันอยู่บนโต๊ะและเล่นเกม
“ไอหยา ไอหยา ไอหยา นังหนูเยว่ เจ้าลงไพ่เช่นนี้ได้อย่างไร? ไพ่สองสี่ใบกับแจ็คอีกสอง! เจ้าบ้าไปแล้ว!”
ชิงหูยืนอยู่ด้านหลังเยว่ฉี ทำตัวประหนึ่งเสนาธิการหัวหมา
ทว่าคิ้วของเขากลับขมวดเข้าหากันแน่น มองดูเยว่ฉีที่กำลังตกตะลึง
“แต่ว่า..แต่ป๋ายจื่อบอกว่า ไพ่ที่เหมือนกันสี่ใบสามารถลงพร้อมไพ่ที่เหมือนกันอีกสองใบได้นี่นา มิใช่หรอกหรือ?”
เยว่ฉีลอบมองชิงหูด้วยท่าทางน้อยใจ
แม้นางจะไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของชิงหูและรู้ว่าเขาอยู่ในฐานะองครักษ์ของหลินเมิ้งหยา
ทว่าความสัมพันธ์ระหว่างหลิน