งนาง คิดไม่ถึงเลยว่านางจะอดทนมาได้จนกระทั่งตอนนี้แม้จะเจ็บแต่กลับไม่ยอมส่งเสียงร้องทำเพียงกัดฟันอดทน จนคนมองอดที่จะเจ็บปวดตามไม่ได้“ตอนนี้ยังไม่ถึงจวน หากมีคนได้ยินเข้าจะสังเกตเห็นความผิดปกติเอาได้เพคะ”แท้ที่จริงนางเจ็บมาก เจ็บปวดจนสุดขั้วหัวใจหลินเมิ้งหยากลับทนเอาไว้แม้ใบหน้าจะขาวซีดก็ตามหลงเทียนอวี้เองก็รู้สึกเจ็บปวดตาม บาดแผลของนางลึกจนเกือบถึงกระดูกนางต้องใช้ความอดทนมากขนาดไหนกัน?“อย่ากัดปากตัวเอง เดี๋ยวเจ้าจะเจ็บ”มิรู้ว่าเพราะเหตุใดนิ้วมือของหลงเทียนอวี้จึงยื่นเข้าไปแตะริมฝีปากของนางสัมผัสอ่อนนุ่มทำให้หัวใจของเขารู้สึกคันยุบยิบริมฝีปากสีแดงดั่งลูกเชอรี่บัดนี้ขาวซีดสายตามองเหม่อหลินเมิ้งหยาที่ไม่ทันระวังตัวถูกรวบตัวเข้าไปจุมพิตในชั่ววินาทีต่อมาริมฝีปากของทั้งสองสัมผัสกันเบาๆ หลินเมิ้งหยาผงะดั่งต้องมนต์สะกด หลินเมิ้งหยารู้สึกว่าร่างกายของนางแข็งทื่อในชั่วพริบตาที่ริมฝีปากของตนเองสัมผัสกับริมฝีปากของเขาจุมพิตของเขาอบอุ่นเหลือเกินแตกต่างจากยามปกติที่มักจะเย็นชาเหมือนคนไร้ความรู้สึกยามนี้หลินเมิ้งหยารู้สึกว่าสมองของนางกำลังหมุนติ้วเมื่อสังเกตเห็นปฏิกิริยาของร่างน้อย หลงเทียนอวี้แย้มยิ้มในใจจากริมฝีปากที่แตะกันอย่างแผ่วเบากลายเป็นหนักหน่วงยิ่งขึ้นหนึ่ง เพื่อทำให้นางลืมความเจ็บปวดที่กำลังได้รับสอง เพราะเขาไม่อาจทนได้เมื่อได้เห็นริมฝีปากสีเชอรี่ตรงหน้าแต่คิดไม่ถึงเลยว่า เพียงรถม้าตกหล