ุม บาดแผลของหลินเมิ้งหยาก็ถูกกระทบกระเทือนเหตุเพราะความเจ็บปวดนางจึงขบฟันแน่น“อุ๊บ…”หลงเทียนอวี้ส่งเสียงร้องออกมาเบาๆ แต่กลับปล่อยให้หลินเมิ้งหยากัดริมฝีปากของตนเองต่อไปดวงตาเผยให้เห็นถึงความตื่นตระหนก หลินเมิ้งหยารีบปล่อยตัวหลงเทียนอวี้ใบหน้าแดงก่ำเพราะความเขินอาย ก่อนจะซุกตัวอยู่ที่มุมหนึ่งของรถม้า มิกล้าสบตาเขา“ขอ..ขออภัยเพคะ หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจ…”หลินเมิ้งหยาส่งเสียงแผ่ว นางอยากจะมุดหน้าลงดินให้รู้แล้วรู้รอด“ไม่เป็นไร มือของเจ้าบาดเจ็บได้อย่างไร?”คิ้วของหลงเทียนอวี้ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย การได้เห็นพระชายาที่มักจะมีท่วงท่าสง่างามอยู่เป็นนิจกลายเป็นสาวน้อยขี้อาย ทำให้หลงเทียนอวี้รู้สึกเหมือนได้พบเจอประสบการณ์แปลกใหม่เขาเปลี่ยนหัวข้อการสนทนา เอื้อมจับมือนางมาวางแนบบนท่อนขาของตนเองเพื่อไม่ให้มือของนางถูกกระแทกอีก“คุณหนูหวังต้องการสังหารหม่อมฉัน แต่หม่อมฉันยื่นมือเข้าไปรับมีดเอาไว้เพคะ”ความรู้สึกสับสนปรากฏขึ้นในดวงตาของหลงเทียนอวี้เหตุใดนางจึงเด็ดเดี่ยวเช่นนี้?ยากที่จะนึกภาพหญิงสาวซึ่งไร้วิทยายุทธ์ขณะถูกมีดฟันลงมา แต่นางกลับยื่นมือเข้าไปรับมีดของศัตรูเอาไว้ต่อให้เป็นเขาเองที่ต้องเจอเรื่องนี้ก็คงไม่สงบนิ่งได้เช่นนาง“ศพนิรนามที่ไร้ผิวหนังคือ…”“องค์หญิงหมิงเยว่เพคะ นางกับคุณหนูหวังร่วมกันวางแผนทำร้ายหม่อมฉัน”สุดท้ายพวกนางคงคิดไม่ถึงว่าจะต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของหลินเมิ้งหยา“คิดจะทำร้าย