นกัน”หลงเทียนอวี้ทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามหลินเมิ้งหยาแล้วส่งเสียงเรียบป๋ายซูออกไปนั่งข้างคนขับรถม้าอย่างรู้งานภายในรถม้าจึงเหลือเพียงหลินเมิ้งหยาและหลงเทียนอวี้รถม้าเคลื่อนไหวโคลงเคลงไม่หยุดจนกระทั่งออกจากเขตพระราชวังฤทธิ์ของยาเริ่มหมดไป ความเจ็บปวดที่มือทำให้หลินเมิ้งหยาหายใจถี่ขึ้นจุดที่ป๋ายซูสะกดเอาไว้เริ่มคลายหลินเมิ้งหยารู้สึกได้ว่าบาดแผลที่ฝ่ามือเริ่มมีเลือดไหลจู่ๆ จมูกพลันได้กลิ่นเลือดและสมุนไพรเขาจ้องหน้าหลินเมิ้งหยา หน้าผากของนางมีเหงื่อผุดพราย“เจ้าได้รับบาดเจ็บอย่างนั้นหรือ? บาดแผลอยู่ตรงไหน?”ความกังวลพลันปรากฏขึ้นในดวงตาหลงเทียนอวี้ยื่นมือเข้าไปจับมือหลินเมิ้งหยา ทว่าอีกฝ่ายกลับร้องออกมาเบาๆ“โอ๊ย ปล่อยมือหม่อมฉันก่อน”หลงเทียนอวี้รีบคลายมือออกผลปรากฏว่ามือที่เปื้อนไปด้วยเลือดเผยให้เห็นตรงหน้าเขาหลงเทียนอวี้เม้มปากแน่น ปลดผ้าสีขาวที่ชุ่มไปด้วยเลือดบนมือของนางออก“หม่อมฉันมียา”มือ…ปวดจนหลินเมิ้งหยาแทบสิ้นสติทว่านางยังมีแรงมากพอที่จะล้วงมือซึ่งกำลังสั่นระริกเข้าไปหยิบยาห้ามเลือดในแขนเสื้อออกมาหลงเทียนอวี้มองดูหลินเมิ้งหยาด้วยความกระวนกระวาย สุดท้ายรับยาจากนางแล้วช่วยใส่ยาให้หลินเมิ้งหยาเม้มปากแน่น ไม่ยอมส่งเสียงร้องแม้เพียงนิดแต่หยาดเหงื่อบนหน้าผากกลับรินไหล“ถ้าเจ็บก็ร้องออกมาเถิด”หลงเทียนอวี้ชำเลืองมองนาง คิดไม่ถึงเลยว่านางจะอดทนมาได้จนกระทั่งตอนนี้แม้จะเจ็บแต่กลับไม่ยอมส่งเสียง