อวี้ก็จับจ้องมองมาไม่คลาดสายตา ดังนั้นนางจึงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยไม่นานป๋ายซูก็เดินกลับเข้ามาทั้งสองสบตากัน หลินเมิ้งหยามั่นใจว่ามีคนพบหมิงเยว่แล้ว“แย่แล้ว! มีคนตาย!”ด้านนอกมีเสียงแผดร้องดังขึ้นไท่จื่อกับชายารองตู๋กูสบตากันก่อนจะเดินออกไป“ไท่จื่อรีบร้อนขนาดนี้หรือจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น?”มีคนกล่าวขึ้นมาทันควันแต่เพราะคนส่วนใหญ่กำลังร่ำสุราดังนั้นจึงไม่มีใครรู้เรื่องด้านนอก“ใครบังอาจร้องโวยวาย!”ฮองเฮาที่อยู่ทางฝั่งแขกฝ่ายหญิงปรากฏตัวด้านนอกมีขันทีคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามา“มีเรื่องอันใด?”ฮองเฮาเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นปกติ ขันทีส่งเสียงละล่ำละลักผู้ดูแลงานฝ่ายหญิงส่งสัญญาณให้ขันทีพูด สุดท้ายหลังจากถูกตะคอกไปสองครั้ง ขันทีจึงส่งเสียงออกมา“ที่สวน…ที่สระน้ำในสวนมีศพคนตายไร้ผิวหนังพ่ะย่ะค่ะ! น่ากลัว น่ากลัวมาก”ไม่มีผิวหนัง? เสียงสูดลมหายใจเย็นยะเยือกดังขึ้นไม่มีทางที่ในวังจะไม่มีคนตายการตายในสระน้ำล้วนเห็นได้บ่อยครั้งแต่การตายที่ทำให้ขันทีหวาดกลัวได้จะต้องไม่ธรรมดา“เจ้าออกไปดู คนอื่นให้รอที่นี่”ฮองเฮาสั่ง ไม่มีใครกล้าคัดค้านนางกำนัลประจำตัวจึงรีบออกไปสายตาของฮองเฮากวาดมาทางหลินเมิ้งหยาแต่กลับได้เห็นสีหน้าปกติของนาง“เกิดอะไรขึ้น”หลินเมิ้งหยาเมินสายตาของฮองเฮา ก่อนจะหันไปถามป๋ายซูทว่ากลับเห็นรอยยิ้มของเด็กสาว“นางคันมากจนกัดร่างกายของตนเอง สุดท้ายทนไม่ไหวจึงใช้มีดตัดผิวหนังจนตายเจ้าค่ะ ก่อนตายยังร้องด้ว