กว่าบรรยากาศระหว่างทั้งคู่แปลกประหลาด“ขอบพระทัยเหนียงเหนียง ฮุ่ยเอ๋อร์…ฮุ่ยเอ๋อร์ขอบพระทัยในพระมหากรุณาธิคุณของเหนียงเหนียงมาก ท่านป้า ท่านป้า พวกเรากลับกันเถิด”ซ่างกวนฮุ่ยเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ ดังนั้นเสื้อผ้าของนางจึงเปียกชื้นจนแนบลำตัวแววตาหวาดผวา หดตัวเล็กลง ไร้ซึ่งภาพลักษณ์คุณหนูผู้สูงศักดิ์“ดูซิว่าเจ้าทำอะไรลงไป เปิ่นกงเองก็ไม่มีหน้าอยู่ที่นี่แล้ว กลับถึงจวนเมื่อไหร่ข้าจะสั่งสอนเจ้าอีกรอบ”พระสนมเต๋อเฟยแสดงท่าทางประหนึ่งกำลังโกรธอย่างแท้จริงบังเอิญขันทีที่รับผิดชอบดูแลงานเข้ามาประกาศ“ใกล้ถึงเวลาอันสมควรแล้ว แขกผู้มีเกียรติทุกท่านเชิญนั่งลงเถิด”เมื่อเห็นขันทีที่อยู่ด้านนอกผู้คนที่ห้อมล้อมอยู่เมื่อครู่จึงสลายตัวหลินเมิ้งหยาฝืนคุกเข่าอยู่ที่เดิม วันนี้นางทำให้ตัวเองและวงศ์ตระกูลต้องขายหน้าแล้วกลุ่มคนแยกย้ายกันไป ซ่างกวนฮุ่ยถูกหลิงหนานพาตัวกลับไปแล้ว ดังนั้นในตำหนักนี้จึงเหลือเพียงหลินเมิ้งหยาคนเดียว“รีบลุกขึ้นเถิดเจ้าค่ะนายหญิง พื้นมันเย็นนัก”ป๋ายซูที่แอบอยู่อีกฝั่งรีบเข้ามาพยุงร่างของหลินเมิ้งหยาขณะเดียวกันก็ยัดกระดาษเล็กๆ แผ่นหนึ่งใส่มือของนาง“นี่คือกระดาษที่คุณหนูหวังแอบยัดให้ข้าเจ้าค่ะ”ป๋ายซูกระซิบข้างหูของหลินเมิ้งหยาคืนนั้นหลินเมิ้งหยาปล่อยให้คุณหนูหวังมาดูอาการของแม่ตนเองคุณหนูหวังที่มักเป็นคนร้ายกาจร่ำไห้อย่างน่าสงสารที่แท้หลังจากที่แม่ของนายตาย พ่อของนางคิดอยากจับนางแต่งงานออ