กเรือนไปหากมิใช่เพราะนางต้องการไว้อาลัยให้แม่ เกรงว่าป่านนี้นางคงถูกพ่อไล่ไปแล้วหลินเมิ้งหยาคลี่กระดาษออก เมื่อเห็นตัวอักษรภายในมุมปากจึงหยักยิ้มขึ้น“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ดูเหมือนว่าข้าจะวางแผนแยบยลกว่าไท่จื่อเสียอีก”นางเผากระดาษเล็กๆ ใบนั้นทิ้งหลินเมิ้งหยาจัดแต่งเสื้อผ้า“ไปเถิด พวกเราควรขึ้นแสดงแล้ว”ภายในตำหนักชุนเอิน ไท่จื่อ ฮองเฮา รวมถึงชนชั้นสูงอื่นๆ ล้วนนั่งอยู่ในตำหนักแห่งนี้เพราะเรื่องของซ่างกวนฮุ่ย ดังนั้นหลินเมิ้งหยาจึงกลายเป็นคนดังในงานวันนี้แต่น่าเสียดายสายตาที่จับจ้องมาทางนางล้วนแตกต่างกัน“เฉินเซี่ยมาสายแล้ว ไท่จื่อและฮองเฮาได้โปรดประทานอภัยให้หม่อมฉันด้วยเพคะ”ด้วยใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา หลินเมิ้งหยาในเวลานี้จึงดูน่าสงสารจับใจแม้จะเกลียดหลินเมิ้งหยามาก แต่เพราะเป็นผู้ชายดังนั้นเขาจึงอยากได้ผู้หญิงคนนี้มาปรนนิบัติรับใช้ดวงตาของไท่จื่อเผยให้เห็นความลังเลแต่กลับถูกสายตาของชายารองตู๋กูเห็นเข้าคิดไม่ถึงเลยว่าไท่จื่อจะยังมีใจให้นาง หลินเมิ้งหยาเป็นศัตรูตัวฉกาจของนางจริงๆ“ไม่เป็นไร เป็นเพียงงานเลี้ยงในครอบครัวเท่านั้น ไปนั่งที่เถิด”สายตาของฮองเฮายังคงเหมือนเดิมในสายตาของนางหลินเมิ้งหยาเป็นเพียงปลาตัวน้อยเท่านั้นแม้ไท่จื่อจะพ่ายแพ้แก่หลินเมิ้งหยา แต่ก็เป็นเพียงชั่วขณะเท่านั้น“เพคะ ฮองเฮา”พระสนมเต๋อเฟยยังคงแสดงท่าทางโกรธเกรี้ยว หลินเมิ้งหยานั่งลงด้วยท่าทางไม่มีความสุขนักผู้คนรอบๆ ม