เจ้ากลับใช้อารมณ์โดยไร้เหตุผลแล้วอย่างนี้จะดูแลจวนอวี้ได้อย่างไร”ราวกับพระสนมเต๋อเฟยโกรธจัด นางไม่สนใจสายตาคนรอบข้างก่อนจะดุด่าลูกสะใภ้ของตนเองน้ำตารินไหลออกจากดวงตาทั้งสองข้างหลินเมิ้งหยากัดฟันแน่นไม่ยอมพูดสิ่งใดออกมากลับกันกับซ่างกวนฮุ่ยที่ตัวเปียกชื้นไปด้วยน้ำ ฟันกระทบเข้าหากันเพราะความหนาว อดไม่ได้ที่จะสะอื้นไห้ออกมา“คุณหนูซ่างกวน ข้าผิดเองที่สอนคนของตนเองไม่ดี จึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น เจ้าวางใจเถิดข้าจะหาหมอที่ดีที่สุดมารักษาเจ้า”พระสนมเต๋อเฟยส่งสายตาเชิงขอโทษไปทางซ่างกวนฮุ่ย ทว่านางกลับรู้สึกสงสัยหยาเอ๋อร์ไม่เคยทำอะไรบุ่มบ่ามมาก่อน อีกทั้งนางยังรู้สึกว่าบรรยากาศระหว่างทั้งคู่แปลกประหลาด“ขอบพระทัยเหนียงเหนียง ฮุ่ยเอ๋อร์…ฮุ่ยเอ๋อร์ขอบพระทัยในพระมหากรุณาธิคุณของเหนียงเหนียงมาก ท่านป้า ท่านป้า พวกเรากลับกันเถิด”ซ่างกวนฮุ่ยเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ ดังนั้นเสื้อผ้าของนางจึงเปียกชื้นจนแนบลำตัวแววตาหวาดผวา หดตัวเล็กลง ไร้ซึ่งภาพลักษณ์คุณหนูผู้สูงศักดิ์“ดูซิว่าเจ้าทำอะไรลงไป เปิ่นกงเองก็ไม่มีหน้าอยู่ที่นี่แล้ว กลับถึงจวนเมื่อไหร่ข้าจะสั่งสอนเจ้าอีกรอบ”พระสนมเต๋อเฟยแสดงท่าทางประหนึ่งกำลังโกรธอย่างแท้จริงบังเอิญขันทีที่รับผิดชอบดูแลงานเข้ามาประกาศ“ใกล้ถึงเวลาอันสมควรแล้ว แขกผู้มีเกียรติทุกท่านเชิญนั่งลงเถิด”เมื่อเห็นขันทีที่อยู่ด้านนอกผู้คนที่ห้อมล้อมอยู่เมื่อครู่จึงสลายตัวหลินเมิ้งหยาฝืนคุกเข่