าอยู่ที่เดิม วันนี้นางทำให้ตัวเองและวงศ์ตระกูลต้องขายหน้าแล้วกลุ่มคนแยกย้ายกันไป ซ่างกวนฮุ่ยถูกหลิงหนานพาตัวกลับไปแล้ว ดังนั้นในตำหนักนี้จึงเหลือเพียงหลินเมิ้งหยาคนเดียว“รีบลุกขึ้นเถิดเจ้าค่ะนายหญิง พื้นมันเย็นนัก”ป๋ายซูที่แอบอยู่อีกฝั่งรีบเข้ามาพยุงร่างของหลินเมิ้งหยาขณะเดียวกันก็ยัดกระดาษเล็กๆ แผ่นหนึ่งใส่มือของนาง“นี่คือกระดาษที่คุณหนูหวังแอบยัดให้ข้าเจ้าค่ะ”ป๋ายซูกระซิบข้างหูของหลินเมิ้งหยาคืนนั้นหลินเมิ้งหยาปล่อยให้คุณหนูหวังมาดูอาการของแม่ตนเองคุณหนูหวังที่มักเป็นคนร้ายกาจร่ำไห้อย่างน่าสงสารที่แท้หลังจากที่แม่ของนายตาย พ่อของนางคิดอยากจับนางแต่งงานออกเรือนไปหากมิใช่เพราะนางต้องการไว้อาลัยให้แม่ เกรงว่าป่านนี้นางคงถูกพ่อไล่ไปแล้วหลินเมิ้งหยาคลี่กระดาษออก เมื่อเห็นตัวอักษรภายในมุมปากจึงหยักยิ้มขึ้น“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ดูเหมือนว่าข้าจะวางแผนแยบยลกว่าไท่จื่อเสียอีก”นางเผากระดาษเล็กๆ ใบนั้นทิ้งหลินเมิ้งหยาจัดแต่งเสื้อผ้า“ไปเถิด พวกเราควรขึ้นแสดงแล้ว”ภายในตำหนักชุนเอิน ไท่จื่อ ฮองเฮา รวมถึงชนชั้นสูงอื่นๆ ล้วนนั่งอยู่ในตำหนักแห่งนี้เพราะเรื่องของซ่างกวนฮุ่ย ดังนั้นหลินเมิ้งหยาจึงกลายเป็นคนดังในงานวันนี้แต่น่าเสียดายสายตาที่จับจ้องมาทางนางล้วนแตกต่างกัน“เฉินเซี่ยมาสายแล้ว ไท่จื่อและฮองเฮาได้โปรดประทานอภัยให้หม่อมฉันด้วยเพคะ”ด้วยใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา หลินเมิ้งหยาในเวลานี้จึงดูน่าสงสาร