นเหล่านั้น ข้าไตร่ตรองไม่รอบคอบเองเพราะเหตุนี้พี่สาวจึงโกรธ”ชายาหลิงหนานแสดงละครเก่งไม่แพ้กันหลินเมิ้งหยายังคงรักษาภาพลักษณ์ของตนเอง ไม่แม้แต่จะเลิกคิ้วแต่กลับเข้าไปยืนข้างกายพระสนมเต๋อเฟย“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร? ไม่ว่าคุณหนูซ่างกวนจะมาจากตระกูลใด แต่นางก็เป็นคนดี”พระสนมเต๋อเฟยแสดงท่าทางประหนึ่งนกตื่นธนูชายาหลิงหนานรู้สึกสะใจนักที่เห็นท่าทางตื่นตระหนกของพระสนมเต๋อเฟยดังนั้นนางจึงเอ่ยแกมสั่ง“ข้ากับพระสนมเต๋อเฟยยังมีเรื่องต้องคุยกัน เช่นนั้นพระชายาพาฮุ่ยเอ๋อร์ออกไปเดินชมวังได้หรือไม่?”ชายาหลิงหนานไม่กลัวว่าหลินเมิ้งหยาจะปฏิเสธ เหตุเพราะพระสนมเต๋อเฟยยังคงเชื่อฟังคำพูดของนาง“หยาเอ๋อร์ เจ้าพาคุณหนูซ่างกวนไปเดินเล่นเถิด ข้า…ข้าไม่เป็นไร”พระสนมเต๋อเฟยหลุบตาลงก่อนจะส่งยิ้มฝืดฝืนหลินเมิ้งหยารู้สึกว่านั่นเป็นเพียงการแสดง นางถวายคำนับก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปเพียงลำพังโดยไม่สนใจซ่างกวนฮุ่ย“ไปเถิด แม้หยาเอ๋อร์จะเจ้าอารมณ์ไปสักหน่อย แต่นางเป็นเด็กดี คุณหนูซ่างกวนอย่าโกรธนางเลย”ซ่างกวนฮุ่ยยิ้มเอียงอายนางหมุนตัวก่อนจะตามหลินเมิ้งหยาไป“พี่เต๋อเฟย หนี้ของพวกเราควรแก่เวลาที่ต้องชำระแล้วใช่หรือไม่”ดวงตาของหลิงหนานเผยรอยยิ้มมีเลศนัย“ได้”หยักยิ้มแปลกประหลาดทั้งสองเดินออกไปทางด้านหลังสวน มิรู้ว่ากำลังพูดเรื่องอะไรหลินเมิ้งหยาแม้จะเดินนำหน้า แต่นางก็ลอบสังเกตคนที่เดินตามมาเบื้องหลังซ่างกวนฮุ่ยดูเหมือนมิมี