้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน“หยาเอ๋อร์ เจ้ากำลังคิดว่าหมู่เฟยไม่ระมัดระวังใช่หรือไม่”หลินเมิ้งหยาพยุงร่างพระสนมเต๋อเฟยเดินผ่านสวนดอกไม้มองดูต้นไม้ใบหญ้ารอบๆ บริเวณอันแสนคุ้นเคย ทว่าในสายตาของพระสนมเต๋อเฟยกลับแฝงไว้ซึ่งความเจ็บปวด“หยาเอ๋อร์ไม่เคยคิดเช่นนั้นเพคะ หยาเอ๋อร์เพียงแค่เจ็บปวดแทนหมู่เฟย มิรู้ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา พระองค์ต้องเจอกับอะไรมาบ้าง”มีหญิงสาวคนไหนบ้างที่ไม่เคยหัวใจพองโตมาก่อนอันที่จริงเรื่องนี้มิใช่เรื่องเลวร้าย ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดังนั้นมันจึงมิควรเป็นใบมีดที่ทำให้พระสนมเต๋อเฟยต้องคอยระมัดระวังในทุกย่างก้าว“เจ้านี่หนา เข้าใจหมู่เฟยจริงๆ ที่ข้าอดทนมิใช่เพราะว่าข้ารู้สึกผิดหรอก”ท่าทางอ่อนโยนแต่มั่นใจในตนเองของพระสนมเต๋อเฟยในเวลานี้ มิเหมือนกับคนที่แสดงท่าทางน่าสงสารในตำหนักเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย
ที่ต่างจากฮูหยินธรรมดาทั่วไปคือร่างกายของหญิงผู้นี้มีฝุ่นเกาะเกรอะกรัง
แต่ท่าทางของนางที่แสดงออกมากลับหยิ่งยโสยิ่งนักหลินเมิ้งหยาคาดเดาว่านางจะต้องเป็นชายารองของใครสักคนอย่างแน่นอนแม้จะเป็นชายาเอกแต่ตำแหน่งก็คงไม่สูง“นั่นมันชายาฉินอันมิใช่หรือ? เพิ่งจะตะเกียกตะกายได้ตำแหน่งชายาเอกมาไม่นานก็กล้าลองดีกับพระสนมเต๋อเฟยแล้วอย่างนั้นหรือ นังคนไม่เจียมตัว”เสียงชั่วร้ายเสียงหนึ่งดังขึ้น หลินเมิ้งหยาเบนสายตาไปยังหญิงผู้นั้นแม้ผู้หญิงคนนั้นจะมีท่าทางสูงสง่าทว่าสายตากลับมีร่