้าเดือนแปด หลินเมิ้งหยาจึงต้องเข้าไปร่วมงานเลี้ยงในวังกับพระสนมเต๋อเฟยหลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้ว พระสนมเต๋อเฟยส่งจิ่นเยว่มาดูการเตรียมตัวของหลินเมิ้งหยา“ท่านน้า ท่านไม่ได้มาที่นี่นานแล้วนะเจ้าคะ”เพียงเดินเข้ามาในสวนหลิวซิน ป๋ายจีรีบเข้าไปต้อนรับอย่างสนิทสนมทว่าวันนี้จิ่นเยว่ดูซีดเซียวลงเล็กน้อย ท่าทางเหมือนคนกำลังฝืนยิ้ม“อืม ช่วงนี้ทางฝั่งเหนียงเหนียงค่อนข้างยุ่ง จริงซิ พระชายาเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือไม่?”ป๋ายจีพยักหน้า ใบหน้าเผยให้เห็นถึงความลำบากใจเล็กน้อย“ท่านน้ามาก็ดีแล้ว พวกเราเป็นเพียงสาวใช้ระดับล่าง มิรู้ว่างานเลี้ยงในวังหลวงมีข้อห้ามอะไรบ้าง ดังนั้นจึงรู้สึกลำบากใจมากเลยเจ้าค่ะ”ป๋ายจีพูดตามความจริง นี่เป็นครั้งแรกที่หลินเมิ้งหยาเข้าร่วมงานเลี้ยงของราชวงศ์แม้จะบอกว่าเป็นงานเลี้ยงของราชวงศ์ที่มีแต่เครือญาติ ทว่าของที่ต้องตระเตรียมกลับมีมากมายยิ่งไปกว่านั้นช่วงนี้มีคนจำนวนมากประสงค์ร้ายต่อชายาอวี้ภายในห้องเหล่าสาวใช้ทำให้หลินเมิ้งหยาต้องปวดหัวก็แค่งานเลี้ยงตอนกลางคืนมิใช่หรือ? ทำไมถึงยุ่งยากขนาดนี้?“อย่าปักปิ่นระย้าอันนี้ไปเลยเพคะ เท่าที่หม่อมฉันดู ปิ่นลายดอกโบตั๋นในมือของป๋ายจีนับว่าไม่เลว”เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลังหลินเมิ้งหยาพลันเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มอันคุ้นเคยของจิ่นเยว่ผ่านทางกระจก“ท่านน้าของข้าในที่สุดท่านก็มาแล้ว หากท่านไม่มาข้าคงถูกพวกนางทรมานตายอย