ามิเคยคิดหนี พวกเราสกุลหลินไม่เคยรู้จักคำนั้น”หลินเมิ้งหยาหมุนตัวเผชิญหน้าหมิงเยว่โกรธจนหัวเราะออกมาราวกับว่ามั่นใจแล้วว่าหลินเมิ้งหยาไม่มีทางหนีรอด“อย่าปากแข็งไปเลยคุณหนูหลิน พ่อของเจ้าอยู่ที่แถบชายแดน อ้อ จริงซิ พี่ชายของเจ้ากำลังจะกลับเมืองหลวงแล้วนี่นา ชิชิ แม่ทัพที่อายุยังน้อยกลับต้องถูกน้องสาวทำให้อับอาย น่าเสียดายเหลือเกิน”หมิงเยว่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำร้ายกาจทว่าหลินเมิ้งหยากลับไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น เชื่อว่าหากต้องปะทะวาจากันแล้ว นางไม่เคยแพ้ใคร“พวกเราสกุลหลินมีความจงรักภักดี ไม่จำเป็นต้องได้รับคำตัดสินจากผู้อื่น แต่ว่า…สกุลหลินของข้ามีการสั่งสอนที่เข้มงวด พวกเราจะมิยินยอมให้ลูกสาวของตนเองทำเรื่องเสื่อมเสียจนตกเป็นขี้ปากของชาวบ้าน อีกอย่าง…จงเรียกข้าว่าชายาอวี้”หลินเมิ้งหยาเอ่ยชัดถ้อยชัดคำเพื่อทิ่มแทงหมิงเยว่เพียงประโยคเดียว กลับทำให้หมิงเยว่โกรธจนแทบกระอักเลือดยิ่งไปกว่านั้นนางได้เอ่ยซ้ำเติมเรื่องข่าวฉาวของหมิงเยว่ ดังนั้น องค์หญิงผู้งดงามแทบจะอยากเข้าไปฉีกร่างของหลินเมิ้งหยาออกเป็นชิ้นๆ ด้วยตนเอง“คงต้องเสียมารยาท เชิญองค์หญิงตามสบาย”หลินเมิ้งหยาเดินออกไปด้วยท่วงท่าสง่างาม ราวกับมองไม่เห็นสายตาโกรธเกรี้ยวของหมิงเยว่“หลินเมิ้งหยา ไม่ว่าช้าหรือเร็ว ข้าจะเหยียบเจ้าให้จมดิน”หมิงเยว่จ้องเขม็งตามหลังหลินเมิ้งหยา ขบฟันเข้าหากันแน่น ราวกับกำลังมองดูม้าห้าตัวแยกร่างของหลินเมิ้งหยาออกจากก